เรื่อง   :    นพ.ภาสกิจ  วัณนาวิบูล

สามหลวงสหคลินิก

www.samluangclinic.com


ตอนที่ ๓ วิธีการอุ่น(温法)

 

บนพื้นฐานของการของการปรับสมดุลยินหยาง : ปัญหาความร้อนความเย็นของร่างกายที่เหมาะสมถือว่าเป็นหัวใจสำคัญเรื่องหนึ่งที่ต้องคำนึงถึง

วิธีการอุ่น (温法)(ทำให้อุ่นร้อน) คืออะไร

เป็นวิธีการใช้สมุนไพร (อาหาร) หรือเทคนิคการฝังเข็ม (รมยา) ที่มีลักษณะอุ่นร้อน(温热性质)มารักษากลุ่มอาการเย็น(寒证)

 



กลุ่มอาการเย็น(寒证)คืออะไร

การแสดงออกถึงอาการรู้สึกหนาวเย็นทั้งปวงเมื่อเวลาไม่สบายหรือร่างกายเสียสมดุลเรียกว่ากลุ่มอาหารเย็น ซึ่งบ่งบอกถึงการทำงานหรือสรีระของร่างกายอยู่ในภาวะต่ำกว่าปกติหรือระบบการเผาผลาญพลังงานของร่างกายลดน้อยลง

อาการสำคัญที่แสดงออกกลัวหนาว (ความเย็น) ชอบความอุ่น แขนขาเย็นเฉียบ ใบหน้าขาวซีด เบื่ออาหาร (ไม่มีรสชาติ) กระหายน้ำ ปัสสาวะใสและปริมาณมาก อุจจาระเหลว ชีพจรช้าหรือแน่น

 




แยกประเภทของกลุ่มอาการเย็นได้อย่างไร

ประเภทของกลุ่มอาการเย็นแยกเป็น ๒ ประเภทโดยพิจารณาว่าความเย็นที่เกิดขึ้นมาจากเหตุภายนอกมากระทบหรือเกิดจากความเสียสมดุลภายในเป็นหลัก

. ความเย็นที่เป็นภาวะแกร่งหรือภาวะเย็นแกร่ง(实寒证)

มักเกิดจากสภาพอากาศสิ่งแวดล้อมที่เป็นความเย็นมากระทบผิวหนังกล้ามเนื้อส่วนตื้นเกิดจากการคั่งค้างของความเย็นบริเวณผิวส่วนนอก  มักจะมีความรู้สึกเย็นร่วมกับมีไข้ต่ำๆ

อีกทางหนึ่งของการนำความเย็นเข้าสู่ร่างกายคือการกินอาหาร เครื่องดื่มที่เย็น เช่น น้ำแข็ง น้ำเย็น หรือเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เย็น เช่น ชาเขียว บัวบก รางจืด ผลไม้ที่มีรสเย็นและผักดิบ เช่น แตงโม มะระ ฯลฯ มากเกินไป

การได้รับความเย็นโดยการะทบที่ผิวหนังจากอากาศที่เย็นและการกินอาหารที่มีฤทธิ์เย็น ทั้ง ๒ ปัจจัยจัดเป็นสาเหตุที่เกิดจากปัจจัยก่อโรคความเย็นเป็นด้านหลักของการเกิดโรค เรียกทั้ง ๒ ภาวะนี้ว่าภาวะเย็นแกร่ง(实寒证)

๒. ความเย็นที่เป็นภาวะพร่อง(虚寒证)              

เป็นผลจากภาวะพร่องของพลังหยาง (ความสามารถในการผลิตพลังความร้อนของร่างกายลดลง) เนื่องจากความเสียสมดุลของร่างกายจากหลายปัจจัย เช่น จากพื้นฐานทางกรรมพันธุ์ การเจ็บป่วยเรื้อรัง การใช้ยาที่ผิดพลาด  วิธีดำเนินวิถีชีวิตที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลายาวนาน

ตัวอย่างของคนที่มีภาวะเย็นที่พบบ่อย

๑. เด็กที่คลอดก่อนกำหนด

เนื่องจากอวัยวะจั้งฝู่ (อวัยวะภายใน) ซึ่งเสมือนกับอวัยวะหลักในการควบคุมการทำงานทั้งระบบของร่างกายแข็งแรงไม่เต็มที่ (โดยเฉพาะอวัยวะไต) ทำให้เกิดภาวะหยางพร่อง แขนขาเย็น ท้องเสียง่าย กล้ามเนื้ออ่อนแรง ร่างกายไม่แข็งแรง

๒. คนที่กระทบอากาศเย็น ลมเย็นเป็นประจำโดยไม่ปกปิดร่างกายให้อบอุ่น พอความเย็นตกค้างที่ผิวหนังนานๆ จะรุกรานเข้าสู่อวัยวะภายในทางเส้นลมปราณ ทำให้เปลี่ยนจากภาวะเย็นแกร่งกลายเป็นพร่องแกร่งในเวลาต่อมา

๓. คนที่ดื่มน้ำเย็น เครื่องดื่มเย็น อาหารเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เย็นนานๆ จะกระทบพลังหยางของม้าม (ระบบย่อยและดูดซึมอาหาร) นานๆ เข้าจะทำให้กระทบถึงพลังหยางของไตเกิดภาวะเย็นพร่อง

๔. คนที่เจ็บป่วยนานๆ จะสูญเสียพลังหยางซึ่งมีอาการแสดงของร่างกายไม่มีพลังกับมีอาการหนาวเย็นร่วมด้วย

๕. คนที่ชอบนอนบนพื้นที่เย็น เช่น พื้นปูน พื้นไม้ ความเย็นจากพื้นปูนพื้นไม้จะผ่านผิวหนังบริเวณหลังเข้าสู่ร่างกายทางจุดฝังเข็มบริเวณหลังสู่อวัยวะภายในได้โดยง่าย ทั้งยังทำให้เลือดติดขัดหยุดนิ่งเกิดอาการอ่อนเพลียและปวดเมื่อยเอว

ถ้ากระทบลมเย็นในอากาศที่มีความชื้น เช่น  ช่วงหัวรุ่ง อาศัยในพื้นที่ที่มีฝนตกและมีลมเย็นกระโชกจะมีภาวะลมเย็นความชื้นร่วมกัน  จะทำให้มีอาการยึดติดของข้อปวดข้อได้ง่าย

 

การใช้วิธีการอุ่นรักษาโรคมีหลักการอะไร

กรณีความเย็นอยู่ที่ภายนอก (ระดับผิวหนัง กล้ามเนื้อและกระดูก)

- ความเย็นที่กระทบส่วนผิวใช้การขับเหงื่อด้วยสมุนไพรที่มีฤทธิ์เผ็ดอุ่นหรือร้อน เช่น คนที่กระทบลมเย็น หรือนอนเปิดแอร์ตลอดทั้งคืน โดยไม่ห่มผ้าหรือมีความอบอุ่นไม่เพียงพอ พอตื่นขึ้นมาจะรู้สึกตัวเย็น เวียนศีรษะ (ความเย็นปิดกั้นส่วนบน) รู้สึกไม่มีแรง

พิจารณาใช้ยาขับเหงื่อ (ขับความเย็นที่ผิว) กับการอุ่นภายในร่างกายเพื่อช่วยในการขับเคลื่อนเลือดและพลัง เพื่อช่วยป้องกันร่างกายและกระตุ้นหนุนช่วยการขับเหงื่อ

ตัวอย่าง หลักการที่ใช้พิจารณาการรักษาวิธีการอุ่นในผู้ป่วยเป็นหวัดเย็น

๑. โรคกระทบจากความเย็นภายนอกระยะเฉียบพลันใน ๓ วันแรกใช้การขับเหงื่อขับความเย็นเป็นหลัก

๒. การเป็นหวัด (จากการะทบความเย็น) ที่เป็นมา ๑-๒ สัปดาห์ อาการไม่ดีขึ้นแสดงว่ามีการกระทบอวัยวะภายในแล้วต้องใช้การรักษาอื่นร่วมด้วย

- ต้องบำรุงเลือดพลังเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันและการทำงานของอวัยวะภายใน

- ต้องเสริมยิน (กรณีมีไข้สูงมาก่อนทำให้ร่างกายขาดสารน้ำและสารยิน)

- ต้องพิจารณาการขับเสมหะหรือขับความร้อน

๓. ผู้ป่วยที่เป็นเรื้อรังนานๆ มักมีพื้นฐานภาวะหยางพร่องเกิดขึ้น ต้องเน้นการบำรุงเป็นหลักร่วมกับวิธีการอื่นๆ ประกอบเสมอ

- การขจัดความเย็นชื้นที่เกาะกุมร่างกายส่วนนอก (กระดูก เอ็น กล้ามเนื้อ) นานๆ ทำให้มีอาการปวดเมื่อย หนักตามแขนขา ปวดกระดูก ต้องใช้การบำรุงอวัยวะภายในร่วมด้วยเสมอ  เนื่องจากไตกำกับกระดูก(肾主骨)ตับกำกับเอ็น(肝主筋)ม้ามกำกับกล้ามเนื้อ(脾主肌肉)

      ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการบำรุงอวัยวะร่วมกับการอุ่นร้อนภายในร่วมกับวิธีการขับสลายอื่นๆ เป็นขับเคลื่อนพลัง กระตุ้นเลือดอุดกั้น สลายเสมหะ ฯลฯ

  • กรณีความเย็นอยู่ที่อวัยวะภายในจั้งฝู่หรือเส้นลมปราณ เช่น ความเย็นในกระเพาะอาหาร  ความเย็นที่ปิดกั้นเส้นลมปราณตับ คนที่เลือดพร่องแล้วมีอาการหยางพร่อง ความเย็นที่บริเวณมดลูกและท้องน้อย ต้องพิจารณาการบำรุงเลือด พลัง ยิน หยาง ควบคู่ไปด้วยเช่นกัน

 




ข้อแตกต่างระหว่างยาบำรุงกับยาทำให้อุ่นร้อน

ยาบำรุงส่วนใหญ่ก็มีฤทธิ์อุ่นร้อนเช่นเดียวกับยาทำให้อุ่นร้อน  ทำให้หลายคนสับสนระหว่าง ยาบำรุงร้อนกับยาทำให้อุ่นร้อน (ขับความเย็น)  กระทั่งคิดว่าเหมือนกัน

กล่าวโดยสรุปข้อแตกต่างระหว่างยาบำรุงกับยาทำให้อุ่นร้อน

- ยาขับเย็นภายนอก (ขับเหงื่อ) และขับเย็นที่กระเพาะอาหารและยาอุ่นภายใน (ขับเย็นภายใน) ไม่มีฤทธิ์บำรุงโดยตรง

- ยาบำรุงอุ่นร้อนแม้ว่าจะมีลักษณะอุ่นอวัยวะภายใน อุ่นเส้นลมปราณ แต่ฤทธิ์ในการขับความเย็นจะไม่รุนแรง

- ถ้าเราต้มสมุนไพรบำรุงฤทธิ์อุ่นร้อนเทียบกับต้มยาสมุนไพรขับความเย็นหรืออุ่นร้อนภายใน จะพบว่าสมุนไพรที่ได้จากการต้มจะมีลักษณะแตกต่างกัน

- สมุนไพรที่มีฤทธิ์บำรุงจะมีลักษณะขุ่นข้นและสีจะเข้มกว่า การออกฤทธิ์ภายหลังกินจะไม่รวดเร็วเป็นไปแบบช้าๆ ผิดกับสมุนไพรที่มีฤทธิ์ขับเย็น (อุ่นภายใน) ที่จะมีลักษณะค่อนข้างใส มีกลิ่นหอมระเหย หลังกินจะมีความรู้สึกร้อนเร็วเป็นการขับความเย็นที่รวดเร็วกว่ายาบำรุง

 

ตัวอย่างยาบำรุงที่มีฤทธิ์อุ่นร้อน

- โสมเกาหลี高丽参 (บำรุงพลัง)

- ตังกุย 当归 (บำรุงเลือด)

- ปาจิเทียน 巴戟天 (บำรุงไต)

- เขากวางอ่อน 鹿茸 (บำรุงไต)

 




ตัวอย่างยาขับความเย็นที่ผิวหนัง   (ขับเหงื่อ)

- หมาหวง 麻黄

- กุ้ยจือ 桂枝

- เชียงหัว 羌活

- ตู๋หัว 独活

- ซีซิน 细辛

 

ตัวอย่างยาอุ่นภายใน

-ฟู่จือ 附子 โหร่วกุ้ย 肉桂 (เปลือกอบเชยเทศ) อุ่นไตหยาง

- กุ้ยจือ 桂枝 (ก้านอบเชย) อุ่นทะลวงเส้นเลือดหัวใจ

- กานเจียง 干姜 (ขิงแห้ง) อุ่นพลังหยางของม้ามและปอด

- กาวเหลียงเจียง高良姜(ข่าเล็ก)  อุ่นกระเพาะอาหาร

- อู๋จูหยี 吴茱萸, เสี่ยวหุยเซียง 小茴香 อุ่นเส้นลมปราณตับ

- อูเย่า 乌药 อุ่นม้าม ปอด ไต กระเพาะปัสสาวะ

- เฉินเซียง 沉香 อุ่นกระเพาะอาหารม้ามและไต

 

ตัวอย่างตำรับยาที่ใช้ในการขับเย็นภายใน (อุ่นภายใน)

. เหลียงฟู่หวาน(良附丸)เป็นยาขับความเย็นในกระเพาะอาหารร่วมกับกระจายพลังตับอุดกั้น

ตัวยาสำคัญคือ

กาวเหลียงเจียง 高良姜 ยาขับความเย็นในกระเพาะอาหาร

เซียงฟู่ 香附 กระจายพลังตับอุดกั้น แก้ปวด

. ฮว่าเซียงเจิ้งชี่ส่าน(藿香正气散)เป็นยาขับความเย็นกระทบผิวหนังและทำให้ปวดท้องท้องเสีย (หวัดลงกระเพาะอาหาร)

ตัวยาสำคัญคือ

ฮว่าเซี่ยง 藿香 (ขับลมเย็น ปรับกระเพาะอาหาร)

จื่อซู 紫苏  ไป๋จื่อ白芷 (กระจายความเย็น ปรับการไหลเวียนพลังในกลางอกและท้อง)

. หน่วนกานเจียน(暖肝煎)เป็นยาขับความเย็นที่ปิดกั้นเส้นลมปราณตับ พบในผู้ป่วยที่ปวดท้องน้อย ไส้เลื่อน

ตัวยาสำคัญคือ

อู่เหย่า乌药 อุ่นไต กระจายความเย็น

                   โหร่วกุ้ย 肉桂 อุ่นไต กระจายความเย็น

                   เฉินเซียง 沉香 ขับเคลื่อนพลัง แก้ปวด กระจายความเย็น

                   เสี่ยวหุยเซียง 小茴香 ขับเคลื่อนพลัง แก้ปวด กระจายความเย็น

. ตังกุยซื่อหนี่ทัง(当归四逆汤)ใช้รักษาคนที่เลือดพร่องแล้วมีอาการหยางพร่องร่วมด้วย

ตัวยาสำคัญคือ

กุ้ยจือ 桂枝 อุ่นทะลวง เป็นลมปราณ

                   ตังกุย 当归 ,ไป๋สาว白芍 บำรุงเลือด

                   ซี่ซิน 细辛 กระจายความเย็น

. เวิ่นจิงทัง (温经汤) ใช้รักษาปวดท้องน้อย มดลูกเย็น มีเลือดติดขัดอุดกั้น ทำให้ปวดประจำเดือนประจำเดือนมาไม่หยุด (กะปริบกะปรอย) ภาวะมีบุตรยาก

ตัวยาสำคัญคือ     

อู๋จูหวี 吴茱萸 อุ่นตับ กระเพาะอาหาร

                   กุ้ยจือ 桂枝 อุ่นทะลวงเส้นลมปราณ กระจายความเย็น

                   ตังกุย 当归 ,ชวนซยง 川芎, ไป๋สาว 白芍 บำรุงเลือด




สรุป

วิธีการอุ่นหรืออุ่นภายใน (การขับความเย็นภายใน) เป็นการปรับสมดุลที่สำคัญวิธีหนึ่ง ในการทำให้อวัยวะภายในหรือระบบเส้นลมปราณของร่างกายเข้าสู่ภาวะปกติ จึงต้องแยกว่าความเย็นที่กระทบอยู่ระดับผิวนอกหรือกระทบสู่อวัยวะภายในที่อวัยวะใด เส้นลมปราณใด

ในการขับความเย็นภายนอก (ใช้วิธีการขับเหงื่อ) ในการขับความเย็นภายใน (ใช้วิธีการอุ่นภายใน)  จะต้องพิจารณาการบำรุงอวัยวะภายในควบคู่ไปด้วย ในกรณีที่โรคลุกลามมากขึ้นจะทำให้เกิดปัจจัยก่อโรคภายในอย่างอื่นตามมา เช่น พลังติดขัด เลือดอุดกั้น เสมหะ ความชื้นปิดกั้น ยังต้องพิจารณาวิธีการอื่นร่วมด้วยจึงจะสอดคล้องกับสถานการณ์และสภาพที่เป็นจริง จะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพดีขึ้น