เรื่อง   :    นพ.ภาสกิจ  วัณนาวิบูล

สามหลวงสหคลินิก

www.samluangclinic.com


อาหารคลายร้อนตามศาสตร์แพทย์แผนจีน


ช่วงเดือนมีนาคม เมษายน เป็นช่วงเวลาของฤดูร้อน อุณหภูมิภายนอกค่อยๆร้อนขึ้นจนถึงร้อนสุดๆ  ตามด้วยการที่มีฝนตกในช่วงปลาย ฤดูร้อน  หากเราสังเกตมองดูต้นไม้ที่อยู่รอบตัว  จะเห็นว่าเป็นช่วงเวลาของการเติบโตแผ่กิ่งก้านสาขาผลิดอกออกผล เช่นเดียวกับร่างกายของคนเราซึ่งในฤดูนี้เป็นช่วงที่พลังหยาง(ความร้อน)ภายในมีการเพิ่มสูงขึ้นตามสภาพอากาศภายนอก  การดูแลสุขภาพและการรับประทานอาหารจึงต้องสอดรับกับพลังธรรมชาติของฤดูร้อน จึงจะทำให้สุขภาพแข็งแรงต้อนรับกับฤดูกาลใหม่ที่จะมาถึง




หัวใจสำคัญคือความร้อนจากภายนอกที่มากขึ้นจะทำให้

  • เกิดไฟหัวใจ(จิตอารมณ์หงุดหงิดง่าย)
  • มีการเสียเหงื่อทำให้ขาดน้ำ ร่างกายอ่อนล้า เพลียง่าย
  • อาหารมีโอกาสปนเปื้อนสูง(เชื้อโรคแบ่งตัวได้เร็ว)อาหารเน่าบูดได้ง่าย
  • ในภาวะที่มีความร้อนมาก เมื่อเกิดมีฝนตกจะเกิดความชื้นอากาศอบอ้าว (ความร้อนเจอน้ำจะเกิดความชื้น)  ทำให้รู้สึกตัวหนักเหมือนการถูกบีบรัด  ระบบย่อยอาหารจะทำงานหนัก จะทำให้เกิดการเบื่ออาหาร



หลักการเลือกอาหารเพื่อสุขภาพในฤดูร้อน

  1. อาหารต้องมีลักษณะธรรมชาติค่อนข้างใส ย่อยง่าย ไม่เหนียวเหนอะ ไม่เผ็ด ไม่หวานจัด ข้าวต้มหรือโจ๊ก จัดเป็นอาหารย่อยง่าย รสหวานเป็นธรรมชาติ
  2. ต้องดื่มน้ำให้มากเพียงพอ หลีกเลี่ยง น้ำเย็น น้ำแข็ง น้ำชาเย็น กาแฟเย็น หรืออาหารฤทธิ์เย็นในปริมาณมากเกินไปจะทำให้การย่อยดูดซึมลดน้อยลงกระทบอวัยวะม้าม
  3. หลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นพวกเนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก และอาหารที่ปรุงไม่สุก อาหารที่มีไขมันการปรุงอาหารต้องหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมัน การทอด ควรเลือกใช้วิธีนึ่งหรือต้มแทนรับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้นผักผลไม้ดิบต้องล้างให้สะอาดก่อนรับประทานเนื่องจากปนเปื้อนง่าย
  4. อาหารที่ใช้ปรุงควรเป็นประเภทขับความร้อนและความชื้น โดยให้อาหารมีรสเปรี้ยวและรสจืดออกขมเล็กน้อย อาจเสริมด้วยรสหวานเล็กน้อยเพื่อเพิ่มพลังจากการเสียเหงื่อ เช่น ชาใบหม่อน ดอกเก็กฮวย ใบบัวถั่วเขียว ลูกบัว รากบัว ลูกเดือย ดอกสายน้ำผึ้ง แตงโมบวบ แตงกวา มะเขือเทศ เนื้อปลา เนื้อกุ้ง เนื้อแดงเป็นต้น
  5. ข้อควรระวังอีกด้านหนึ่ง (โดยเฉพาะคนที่ร่างกายหนาวง่ายหรือระบบย่อยไม่ดี) ไม่ควรรับประทานของที่มีรสขม ฤทธิ์เย็นมากเกินไป ควรรับประทานอาหารที่มีฤทธิ์ร้อนเสริมด้วยเช่นขิงเนื้อสัตว์ (ทำให้ละเอียดย่อยง่ายยิ่งดี) เหตุผลเนื่องจากในฤดูร้อนพลังความร้อนของร่างกายแผ่กระจายออกภายนอก  ทำให้ส่วนกลางร่างกายโดยเฉพาะกระเพาะอาหารมีความเย็น ยิ่งกินเย็นมากจะทำให้ระบบย่อยยิ่งอ่อนแอ  โบราณจึงกล่าวว่า “ฤดูหนาวกินหัวผักกาด ฤดูร้อนกินขิง ไม่ต้องไปหาหมอเจียดยา“ (冬吃萝卜夏吃姜,不用医生开药方)

 

 

โจ๊กใบบัวลูกเดือย

ส่วนผสม (สำหรับแบ่งกันรับประทานในบ้านได้  สามารถรับประทานได้บ่อยๆ  โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อนหรือร้อนอบอ้าวเพื่อการขับความชื้นและระบายความร้อน)

ใบบัวสด                 (荷叶)       1              ใบ

ข้าวสาร  (粳米)       200         กรัม

ลูกเดือย (薏苡仁)                 100         กรัม

สมุนไพรฝูหลิงแห้ง(茯苓)       50           กรัม

น้ำตาลกรวด(冰糖)                60           กรัม

น้ำเปล่า                  3              ลิตร

วิธีทำ

ต้มใบบัวหลวงในน้ำเดือดพร้อมด้วยสมุนไพรฝูหลิง(茯苓) โดยปิดฝาหม้อ นาน 10 นาที แล้วลดไฟเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆสัก10นาที จึงปิดไฟกรองเอาแต่น้ำ นำไปต้มรวมกับข้าวสาร ลูกเดือยที่ล้างเรียบร้อยแล้ว ต้มละเอียดจนเป็นข้าวต้ม เติมน้ำตาลกรวดปรุงรสตามต้องการ

Tip โจ๊กสูตรนี้ มีสรรพคุณ  ขับร้อน ขับชื้น ป้องกันกระเพาะอาหาร เสริมพลัง

 

 

ใบบัวสดหรือแห้ง สามารถขับความร้อนจากอากาศที่ร้อนอบอ้าวทำให้ลดอาการหงุดหงิด กล่อมประสาทแก้ท้องเสีย

สมุนไพรฝูหลิง     ช่วยขับความชื้นบำรุงม้ามสงบอารมณ์

ลูกเดือย                ขับร้อนขับพิษบำรุงม้าม

ข้าวสาร                 บำรุงม้ามเพิ่มพลัง

น้ำตาลกรวด      เสริมพลังขับระบายร้อนของปอด

 

 หมายเหตุ อาหารเครื่องดื่มควรอยู่ในลักษณะอุ่นร้อนดีกว่าเย็น เพื่อป้องกันระบบย่อยอาหาร ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นแหล่งสร้างเลือดและพลังของร่างกาย