เรื่อง       :        นพ.ภาสกิจ  วัณนาวิบูล (สามหลวงสหคลินิก)

www.samluangclinic.com

 

โคโรคหรือหนิวหวง  (牛黄 )

 

                ตำรับยาจีนหลายตำรับในท้องตลาดที่ได้ชื่อว่าเป็นยาจีนที่แพงระดับมหากาฬ และนับวันจะแพงมากขึ้น จำได้ว่า 20 กว่าปีก่อน บางตำรับ ราคาอยู่ที่ 5,000 บาทต่อ 1 กล่อง แต่ปัจจุบันราคากว่า 15,000 บาท เพราะเชื่อว่าช่วยรักษาแผลอักเสบ, ทำลายพิษ และรักษามะเร็งได้ ยาตำรับนี้มีตัวยาหลักที่หายากและราคาแพงคือ โคโรค (牛黄) ลองมารู้จักตัวยานี้กันเถอะ

 

เรื่องเล่าเกี่ยวกับโคโรค (牛黄)

                เล่ากันว่า เปี้ยนเชียะ แพทย์ผู้มีชื่อเสียงในยุครณรัฐ (จ้านกั้ว) (战国 ) เมื่อประมาณสองพันกว่าปีก่อน (ผู้วางรากฐานเกี่ยวกับการจับชีพจรวินิจฉัยโรคแบบหมอจีน) ในขณะที่ทำการรักษาผู้ป่วยที่ ป๋อไห่ (渤海) ผู้ป่วยมีโรคเกี่ยวกับลมและเสมหะปิดกั้นสมอง (风寒蒙蔽心神) (ซึ่งมีอาการคล้ายลมชักในทางแผนปัจจุบัน) หมอเปี้ยนเชียะหยิบเอาสมุนไพรแร่ธาตุชนิดหนึ่งชื่อ ชิงเหมิงสือ (青礞石 ) ออกจากขวดยาเตรียมพร้อมเพื่อจะบดยาเป็นผงเพื่อให้คนไข้ชื่อ หยางเวิน (阳文) รับประทาน

                ในเวลาเดียวกัน มีเสียงดังอึกทึกจากภายนอกบ้าน หมอเปี้ยนเชียะจึงสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น ในที่สุดก็พบว่านอกบ้านมีการฆ่าวัวซึ่งเป็นวัวของหยางเวิน (阳文 ) เอง เพราะวัวของเขาที่เลี้ยงไว้นานกว่า 10 ปี ในช่วงไม่นานมานี้ป่วยเป็นโรคไม่รู้สาเหตุ ร่างกายซูบผอม ไม่มีเรี่ยวแรงไถนา ไม่ยอมกินหญ้า  (阳宝) ลูกชายหยางเหวินจึงวานเพื่อนบ้านมาช่วยฆ่าวัวขี้โรคตัวนี้ทิ้งเสีย

                เมื่อฆ่าวัวแล้ว จึงพบว่ามีความผิดปกติของถุงน้ำดี ในถุงน้ำดีมีก้อนวัตถุคล้ายๆ ก้อนหิน หรือนิ่วของถุงน้ำดี หมอเปี้ยนเชียะจึงเกิดความสนใจ ปักใจเชื่อว่าเป็นสาเหตุของโรคที่ทำให้วัวตัวนี้ที่ไม่สบาย ซูบผอม ไม่มีกำลัง จึงขออนุญาต หยางป่าว (阳宝) เก็บก้อนนิ่วก้อนนั้นไว้ เพื่อทำการพิจารณาศึกษาวิเคราะห์ต่อไป

                หยางป่าว (阳宝 ) รู้สึกขบขันอยู่ในใจ จึงพูดเป็นเชิงทีเล่นทีจริงว่า “สงสัยท่านอาจารย์คงจะเอาก้อนนิ่วนี้ไปทำยารักษาโรคนะซิ  ผมว่าก้อนนิ่วสีเหลืองก้อนนี้เป็นสาเหตุของการเกิดโรค  มันจะไปรักษาโรคได้อย่างไร”

เปี้ยนเชียะฟังแล้วก็รู้สึกว่ามันก็มีเหตุผล ได้แต่นิ่งไม่ตอบกลับ ได้แต่นำก้อนนิ่วไปวางบนโต๊ะใกล้ๆกับยาสมุนไพรแร่ธาตุ ชิงเหมิงสือ (青礞石)




ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น อาการโรคของหยางเหวิน (阳文) ผู้เป็นพ่อกำเริบขึ้นอีก เปี้ยนเชียะจึงรีบเดินเข้าไปในห้องนอนของหยางเหวินพบว่า หยางเหวินมีอาการตาทั้งสองข้างเหลือกขึ้นบน มีเสียงเสมหะดังอยู่ในคอ แขนขาเย็น เปี้ยนเชียะไม่รอช้ารีบฝังเข็มช่วยชีวิตฉุกเฉินพร้อมตะโกนเรียก หยางป่าว (阳宝) ผู้เป็นลูกชายให้หยิบยาบนโต๊ะมาให้โดยเร็ว ด้วยความรีบเร่ง หยางป่าวหยิบเอาก้อนนิ่วที่อยู่ใกล้กับยาชิงเหมิงสือ(青礞石)มาให้ เปี้ยนเชียะก็ไม่ทันได้สังเกตนำเอาก้อนหินดังกล่าวมาบดละเอียด แล้วรีบเอาละลายน้ำและป้อนใส่ปากหยางเหวิน สักครู่อาการชักกระตุก ตาค้าง และการหายใจก็เข้าสู่ปกติ เปี้ยนเชียะกลับเข้าห้องพักของตนเอง พบว่า ยาสมุนไพรชิงเหมิงสือ ((青礞石) ยังคงอยู่บนโต๊ะ แต่ก้อนนิ่วหายไป จึงถามหาความเป็นไปก็พบความจริงว่า ได้เอาก้อนนิ่วบดผงให้ผู้ป่วยรับประทาน จึงตั้งข้อสันนิษฐานว่า “หรือเจ้านิ่วของวัวที่เป็นโรคจะรักษาโรคเสมหะไปปิดกั้นสมองและอาการชักได้?”



วันรุ่งขึ้นเขาจึงเปลี่ยนยารักษาจากความตั้งใจเดิมโดยใช้นิ่วของวัวแทนชิงเหมิงสือ ((青礞石) หลังจากให้ยาไป 3 วัน อาการชักกระตุกของหยางเหวินก็หายไป หยางเวินฟื้นจากไข้แสดงความขอบคุณเปี้ยนเชียะพร้อมทั้งสอบถามตัวสรรพคุณของยา ที่ใช้รักษา หมอเปี้ยนเชียะกล่าวด้วยความอ่อนน้อมว่า “ควรจะต้องขอบคุณลูกชายของคุณมากกว่าที่หยิบเอาก้อนนิ่วก้อนนั้นมาให้จึงทำให้ท่านหายจากโรคได้ เหตุผลที่ก้อนนิ่วช่วยท่านได้เพราะมันเป็นก้อนหินที่แช่อยู่ในน้ำดีเป็นเวลานาน รสขมของน้ำดีมีฤทธิ์เย็นเข้าเส้นลมปราณหัวใจและตับ จึงมีสรรพคุณระบายความร้อนจากหัวใจ (สมอง) และเปิดทวาร สงบตับดับลมเบื้องบน (ซึ่งทำให้ชักและตาเหลือก) ”

                ส่วนเหตุผลที่เรียกชื่อของก้อนนิ่วนี้ว่า หนิวหวง (牛黄 ) ก็เพราะมันเกิดในวัว (หนิว牛) และก่อตัวในถุงน้ำดี ที่มีน้ำดี(ที่สร้างจากตับ)และสะสมตัวเป็นก้อนสีเหลือง (หวง黄) รวมกันแล้วหมายถึง นิ่วสีเหลืองที่เกิดในวัว คนไทยเรียกหนิวหวง (牛黄) ว่าโคโรค (ความจริงคือนิ่วของโคที่เป็นโรค, นิ่วในถุงน้ำดี ไม่ใช่ตัวร่างกายของโคที่เป็นโรค)