แพทย์แผนจีน

นพ.ภาสกิจ (วิทวัส) วัณนาวิบูล

 

การปรับสมดุลยินหยาง

( 阴阳调整 )

 

หยาง คือ ภาวะของการเคลื่อนที่ การกระตุ้น ความร้อน การเคลื่อนตัวสู่ด้านบน ออกสู่ด้านนอก

ยิน คือ ภาวะของความหยุดนิ่ง การยับยั้ง ความเย็น การเคลื่อนตัวสู่ด้านล่าง เข้าสู่ด้านใน

การเสริมสร้างสุขภาพ การป้องกันและการรักษาโรคตามศาสตร์แพทย์แผนจีน จะต้องอาศัยการวินิจฉัยแยกแยะ ภาวะสมดุลของยินหยางและการเปลี่ยนแปลงของยินหยาง ไปกำหนดแนวทางในการปรับสมดุล เช่นพิจารณา

- ภาวะเจิ้งชี่ (พลังพื้นฐานของร่างกาย) กับภาวะของสิ่งก่อโรค หรือเสียชี่

- ภาวะการเคลื่อนไหวของพลังที่ขึ้นสู่ด้านบนกับลงสู่ด้านล่าง

- ภาวะความร้อนกับความเย็นของร่างกาย

- ภาวะการตื่น กับการนอนหลับ (การทำงาน)

- ภาวะการเคลื่อนไหวกับการหยุดนิ่ง

- ภาวะของร่างกายกับจิตใจ เป็นต้น

 

               สร้างเสริมความพอเหมาะของด้าน ๒ ด้าน คือยินและหยาง เป็นหลักการสรุปรวบยอดของการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันรักษาโรค

 

หลักการปรับสมดุลยินหยาง

               โบราณกล่าวว่า “หนึ่งยิน หนึ่งหยาง คือมรรควิถี  แกร่ง (มากเกิน) พร่อง (น้อยเกิน) คือ การเกิดโรค” (一阴一阳谓之道,偏盛偏衰谓之病 ) “การลดสิ่งที่เกิน, บำรุงเพิ่มสิ่งที่ขาด” (损其偏盛 , 补其偏衰) คือการฟื้นกลับสู่สมดุลยินหยาง

 

การปรับสมดุลในชีวิตประจำวัน

                   ๑. ภาวะร่างกายกับจิตใจ

               การแสดงออกของจิตใจเป็นผลจากการเคลื่อนไหวของพลังของอวัยวะภายใน การกระทบทางจิตใจที่รุนแรง รวดเร็ว มีผลกระทบต่อกลไกพลังของอวัยวะภายในทำให้ผิดทิศผิดทาง ทำให้เลือดและพลังไหลเวียนติดขัด กระทบสมดุลยินหยาง ทำให้เกิดโรค

              

               การเคลื่อนไหวเกิดหยาง ความสงบเกิดยิน ( 动生阳,静生阴 )

               การเคลื่อนไหวของร่างกาย ทำให้กลไกพลังเคลื่อนไหว อวัยวะต่างๆ ทำงาน เลือดและพลังไหลเวียน คือ เกิดภาวะหยาง ภาวะกระตุ้น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ในขณะเดียวกัน คือ การสูญเสียพลัง ใช้พลัง การเคลื่อนไหวเป็น เสริมสร้างร่างกาย (.动以养形.) คนใช้แรงงานการออกกำลังกายจึงมีกล้ามเนื้อ มีกำลัง มากกว่าคนใช้แรงงานสมอง

               การแปรปรวนทางจิตใจ ก็ถือว่าเป็นการสูญเสียพลังในรูปแบบหนึ่ง เพราะจิตที่ไม่สงบ มีการใช้พลังตลอดเวลา ก็จัดเป็นการสร้างหยางให้กับร่างกายมากเกินไป

               การหยุดนิ่งทำให้เกิดยิน คนที่เคลื่อนไหวน้อย พักผ่อนมาก ไม่ค่อยใช้ความคิด จะทำให้กลไกพลังเคลื่อนไหวและการทำงานอวัยวะภายในรวมทั้งการไหลเวียนของเลือดและพลังลดน้อยลง เป็นภาวะยับยั้ง เกิดภาวะยิน ลดประสิทธิภาพการทำงานของร่างกาย

               ร่างกายจัดเป็นยิน มีรูปลักษณ์ มีแนวโน้มจะหยุดนิ่ง การสร้างสมดุลจึงต้องให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหว

               จิตใจ จัดเป็นหยาง ไร้รูปลักษณ์ จัดเป็นพลังรูปแบบหนึ่ง มีแนวโน้มเคลื่อนไหวตลอดเวลา ยากจะทำให้หยุดนิ่ง การสร้างสมดุลทางจิตจึงต้องเน้นให้เกิดการหยุดพักจิต การหยุดนิ่งจึงเป็นการดูแลจิตใจ (静以养神)

               การเสริมสร้างสุขภาพที่พอเหมาะระหว่างร่างกายและจิตใจ คือร่างกายต้องเคลื่อนไหว จิตต้องสงบ

               - การเคลื่อนไหวเสริมสร้างร่างกาย ได้แก่ การเดิน การวิ่ง การกระโดด การคลาน การเต้น การว่ายน้ำ ขี่ม้า การเล่นกีฬา

               - การหยุดนิ่งเสริมสร้างจิตใจ ได้แก่ การนั่งสมาธิ การนอนหลับ การปิดตาสงบจิต การเดินลมปราณ

 

               สภาพร่างกายต่างกัน เน้นการดูแลต่างกัน

               คนที่มีภาวะยินเกิน หรือหยางพร่อง คือ ออกไปทางหนาวเย็น ควรเน้นการเคลื่อนไหวร่างกายเป็นหลัก ควบคู่ร่วมกับการหยุดนิ่งเป็นด้าน ไม่ควรเน้นแต่การเคลื่อนไหวที่มากเกินไป

               ในทางกลับกัน คนที่มีภาวะหยางเกิน หรือยินพร่อง คือร่างกายออกไปทางร้อน ควรเน้นการดูแลสุขภาพในลักษณะหยุดนิ่งเป็นหลัก ควบคู่กับการเคลื่อนไหวร่างกายเป็นรอง

 

               คนสูงอายุไม่ควรออกกำลังกายหักโหม

               มีความเข้าใจผิดเรื่องการออกกำลังกาย บางคนเข้าใจว่าออกกำลังกายยิ่งมากยิ่งดี เหงื่อยิ่งออกมากยิ่งดี 

             ในคนที่ร่างกายอ่อนแอหรือคนสูงอายุ ภาวะยินหยางของร่างกายมีความสมดุลที่เปราะบาง

การออกกำลังกายมากเกินไปจะทำให้สูญเสียพลัง เกิดอันตรายต่อร่างกาย กล่าวโดยทั่วไปคนสูงอายุหรือคนที่อ่อนแอต้องออกกำลังกายแบบเคลื่อนไหว ประสานกับการหยุดนิ่ง แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไป โดยทั่วไปควรเน้นความหยุดนิ่งมากกว่าการเคลื่อนไหว

             การเคลื่อนไหวทางร่างกายเสริมภาวะหยาง การหยุดนิ่งที่สำคัญคือหยุดนิ่งทางจิตใจ เพราะสาเหตุจิตที่ว้าวุ่นไม่หยุดนิ่งเป็นปัญหาสำคัญในการสูญเสียพลังของร่างกายที่เรามองไม่เห็น บางคนอ่อนเพลียทั้งวัน ทั้งๆ ที่ไม่ได้ออกกำลังกายเลย เป็นเพราะความคิดฟุ้งซ่าน หรือใช้ความคิดตลอดเวลา ก็ทำให้เสียพลังต่อเนื่อง เป็นเหตุให้พลังอ่อนแอนั่นเอง

              

เทคนิคการเสริมสร้างสุขภาพทางจิต

               มีคำศัพย์อยู่ ๘ คำในแพทย์แผนจีน คือ

               “ 恬淡虚无 ”  เถียน ต้าน ซวี หวู

               “ 真气从之 ”  เจิน ชี่  ฉง จือ

               นับว่าเป็นคำชี้แนะต่อทัศนะหรือท่าทีจากส่วนลึกของจิตใจ ในการดูแลสุขภาพที่สำคัญยิ่ง เพราะท่ามกลางหมอกควันและเปลวไฟของสังคมมนุษย์ ถ้าละทิ้งหรือเอาชนะสิ่งเหล่านี้ได้แล้ว ก็จัดได้ว่าเป็นเทวดาชั้นเซียน (神仙 ) ได้ทีเดียว

               คำว่า 恬 (เถียน) คือ สงบ

                       淡 (ต้าน) คือ ความสุข

                       虚 (ซวี) คือ ว่างเปล่า ไม่ละโมบ     

                       无  (หวู) คือ ไม่ใช่ของเรา ไม่ยึดติดกับประโยชน์ส่วนตน

 

               การพยายามฝึกฝนจิตใจถึงขั้นมีความสงบในใจและมีความสุข ไม่หวังหรืออยากจะได้สิ่งของหรือลาภยศ และไม่ยึดติดกับตัวตนของเรา จะมีผลให้พลังเจินชี่ (真气) ของร่างกายซึ่งเป็นพลังในการหล่อเลี้ยงร่างกายและเพื่อการดำรงอยู่ของชีวิตไหลเวียนไม่ติดขัด ทำให้สุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรค

 

               ๒. การนอนหลับเป็นการปรับสมดุลยินหยางที่สำคัญยิ่ง

               การตื่นนอน เป็นช่วงที่พลังหยางกำลังเคลื่อนไหว มีการเสียพลัง

               การนอนหลับ เป็นช่วงลดการเคลื่อนไหวของพลังหยาง ที่การสะสมยิน มีการเก็บพลัง

  • การนอนหลับมี ๒ ช่วงที่สำคัญ

               ช่วง ๒๓.๐๐ น. – ๑.๐๐ น. เป็นช่วงการเปลี่ยนพลังยินเป็นพลังหยาง (ยินถึง

จุดสูงสุดคือมืดสุด เริ่มเกิดความสว่าง) เป็นภาวะยินมากสุดในรอบวัน  ถ้านอนหลับจะสามารถเก็บรับพลังยินได้มากเรียกว่าช่วงเก็บกักยิน (合阴) การนอนหลับช่วงนี้ ต้องหลับยาว ๖-๘ ชั่วโมง

               ช่วง ๑๑.๐๐ น.-๑๓.๐๐ น. เป็นช่วงการเปลี่ยนพลังหยางเป็นพลังยิน (หยางสูงสุด

คือสว่างสุด เริ่มเกิดความมืด) เป็นภาวะหยางสูงสุดในรอบวัน   ถ้านอนหลับช่วงสั้นๆ๑๕-๓๐ นาทีไม่เกิน ๑ ชั่วโมง จะเก็บพลังหยางได้มากที่สุด เรียกว่า ช่วงเก็บกักหยาง (合阳 )

               การนอนหลับที่เหมาะสม เพื่อสะสมยินและสะสมหยางจะทำให้เกิดสมดุลกับสุขภาพ

               คนที่ได้พักกลางวันช่วงสั้นๆ จะรู้สึกพลังกลับคืนมาเร็ว เพราะเก็บหยางจากธรรมชาติกลับมาได้มากและรวดเร็ว

               คนที่นอนพักกลางคืน ต้องนอนยาวๆ ต่อเนื่องเป็นการเก็บยินที่มีประสิทธิภาพ และเป็นการค่อยๆสะสมหยางจากธรรมชาติ

              

               ๓. การปรับสมดุลตามฤดูกาล

               ฤดูกาล สภาพอากาศ คือ การเปลี่ยนแปลงภาวะยินหยางของธรรมชาติ มีการเปลี่ยนแปลงของความร้อน ความเย็น

               การดำเนินชีวิต  ตั้งแต่การตื่นนอน การทำงาน การนุ่งห่มเสื้อผ้าให้เหมาะสม การป้องกันร่างกายไม่ให้กระทบกับสภาพอากาศที่แปรปรวน รู้จักเลือกกินอาหาร การควบคุมอารมณ์

               ต้องรู้ว่า ฤดูกาลใด ยินหยางธรรมชาติเป็นอย่างไร จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างไร เพื่อสอดคล้องกับธรรมชาติ การฝืนกฎธรรมชาติ จะทำให้ภาวะสมดุลยินหยางของร่างกายแปรปรวน ทำลายสุขภาพก่อเกิดโรคภัยไข้เจ็บ

              

                   ๔. การปรับสมดุลในชีวิตประจำวัน

               ในรอบวัน มีกลางวัน กลางคืน เป็นการเปลี่ยนแปลงยินหยางเช่นกัน มีความร้อน ความเย็น แตกต่างกันในแต่ละช่วง มีพลังไหลเวียนผ่านเส้นลมปราณต่างๆ กัน การศึกษานาฬิกาชีวิต ๑๒ คาบเวลา (คาบละ ๒ ชั่วโมง) จะทำให้เราปรับตัวเพื่อสร้างสมดุลยินหยางได้อย่างง่ายๆ

 

               ๕. การกินอาหาร ต้องแยกภาวะร่างกาย

               เลือกกินอาหารให้เหมาะสมกับร่างกาย

               คนที่มีร่างกายออกไปทางร้อน มีภาวะหยางเลือกกินอาหาร แนวโน้มไปทางยิน คนที่ร่างกายออกไปทางเย็น เป็นภาวะยิน ควรเลือกอาหารที่มีแนวโน้มไปทางหยาง

               - การเลือกรสชาติอาหารก็ต้องมีความสมดุล รสชาติอาหารนอกจากจะแบ่งเป็นยินหยางแล้ว กล่าวคือ รสเผ็ด รสหวาน มีแนวโน้มเป็นหยาง   รสขม รสเค็ม รสเปรี้ยว มีแนวโน้มเป็นยิน

               - รสชาติอาหารยังมีผลต่ออวัยวะภายในตามหลักทฤษฎีปัญจธาตุ

               การกินอาหารรสใดรสหนึ่งมากเกินไปจะกระทบอวัยวะ และเนื้อเยื่อที่แน่นอน

  • กินรสเปรี้ยว มากไป กระทบ ม้าม กระเพาะอาหารและกล้ามเนื้อ
  • กินรสหวาน มากไป กระทบ ไต และ กระดูก
  • กินรสเผ็ด มากไป กระทบ ตับ และเอ็น
  • กินรสเค็ม มากไป กระทบ หัวใจ และ หลอดเลือด
  • กินรสขม มากไป กระทบ ปอด และ ผิวหนัง ขน

 

๖. การสร้างสมดุลของร่างกายซีกซ้าย ขวา

               - สมองข้างซ้ายที่ใช้วิเคราะห์แยกแยะในรายละเอียดกับสมองข้างขวาที่มองภาพกว้าง สังเคราะห์ ผ่อนคลาย

               - ร่างกายซีกซ้ายและซีกขวา ซีกซ้ายเป็นการเคลื่อนที่ของพลังตับ มีทิศทางขึ้นบน ซีกขวาเป็นการเคลื่อนของพลังปอด มีทิศทางลงล่าง

               - ร่างกายมีสมอง ไขสันหลัง เป็นแกนกลาง การบิดงอของไขสันหลัง ไม่ว่าจะไปทางด้านข้างหรือด้านหน้า ด้านหลัง มากเกินไป ล้วนทำลายสมดุลยินหยางทั้งสิ้น เพราะมีผลต่อระบบการ ปรับสมดุลและการไหลเวียนของพลังลมปราณต่างๆ

              

               ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นตัวอย่างในการปรับสมดุลยินหยางในชีวิตประจำวันในภาพกว้าง ซึ่งมีรายละเอียดที่ต้องขยายความกันต่อไป

               ที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นแนวทางสำหรับคนทั่วไปทุกคน ที่สามารถดูแลสุขภาพ จากเรื่องง่ายๆธรรมดา แต่ทรงคุณค่า ไม่ต้องเสียเงินทอง อยู่ที่ว่าจะเรียนรู้ ยึดกุมและตั้งใจปฏิบัติหรือเปล่าเท่านั้นเองครับ