เรื่อง     :     นพ.ภาสกิจ  วัณนาวิบูล

สามหลวงสหคลินิก

 

เออเจียว – กาวหนังลา ( 阿胶 )  

เคล็ดลับความงามของ หยางกุ้ยเฟย

 

                หยางกุ้ยเฟย (杨贵妃 ) เป็นหนึ่งในสี่หญิงงาม ที่ได้รับการกล่าวขานสืบเนื่องกันมาของชาวจีน เล่าลือกันว่า ผิวของเธออ่อนนุ่ม ละเอียด มีน้ำมีนวล มีประกายหมดจด ยามที่หยดน้ำกระทบผิว จะไหล่ลื่นตกลงไปเหมือนดังเช่นหยดน้ำที่กระทบกับใบบัว เคล็ดลับการถนอมความงามของหยางกุ้ยเฟยถูกปิดเป็นความลับ โดยเธอกล่าวแต่เพียงว่า “เคล็ดลับความงามที่ไหนมี ตัวของฉันได้รับการยกย่องว่างาม แท้ที่จริงเพราะเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าแผ่นดินต่างหากเล่า?”

                หยางกุ้ยเฟย เป็นคนฉลาดปราดเปรื่อง เป็นนางสนมเอกที่ทรงโปรดปรานของกษัตริย์ ถังเสวียนจง แน่นอนเธอคงไม่เปิดเผยความลับที่แท้จริงให้ใครรู้ แต่มีเรื่องโจมตีเธอว่า ความงามของเธอเกิดจากการใช้ยาบำรุงมากกว่า หาใช่ความงามที่เป็นธรรมชาติไม่ ซึ่งเขียนโดย นางสนมคนอื่นที่เป็นคู่แข่งขันของเธอ ในบทกลอนได้กล่าวถึงว่า หยางกุ้ยเฟย แอบกินเออเจียว เป็นประจำ




                เราคงไม่ต้องสืบค้นว่า หยางกุ้ยเฟย มีความงดงามเพราะรับประทานสมุนไพร เออเจียว จริงหรือไม่ แต่จะพูดถึง กาวหนังลา (เออเจียว) หรือที่ภาษาแต้จิ๋วเรียกว่า อากาในมุมมองทางการแพทย์ กันดีกว่า

                พระนางซูสีไทเฮา(慈禧太后) ขณะทรงครรภ์ มีอาการเลือดออกกะปริบกะปรอยหรือภาวะแท้งคุกคาม แพทย์ในราชสำนักทำการรักษาแล้วพระอาการไม่ดีขึ้น ยังความโกรธกริ้วและกังวลใจแก่กษัตริย์เสียนฟง ด้วยเกรงจะไม่มีพระโอรสสืบราชสมบัติ ในขณะนั้น มีมหาดเล็กในราชสำนักคนหนึ่งชื่อ เฉินจงกุย (陈宗妫) เป็นคนมณฑลซานตง ได้ทูลถวายรายงานว่า ที่เมืองตงอา มณฑลซานตง มีร้านยาชื่อ ซู่เตอะถัง(树德堂) ผลิตยาชื่อเออเจียว คุณภาพดีเลิศ สามารถบำรุงเลือดและหยุดห้ามเลือดได้ ยังสามารถบำรุงยินและบำรุงครรภ์ได้ด้วย กษัตริย์เสียนฟงจึงรีบให้คนนำอาเจียวมารักษา ปรากฏว่าเลือดหยุดไหลได้ และพระนางซูสีไทเฮาสามารถมีครรภ์จนครบกำหนดคลอด ได้กำเนิดพระโอรส ซึ่งต่อมาได้เป็นกษัตริย์ชื่อ กษัตริย์ถงจื่อ นั่นเอง

                เออเจียวจึงได้ยกระดับเป็นสมุนไพรราชสำนักในเวลาต่อมา และกษัตริย์เสียนฟงได้พระราชทานอักษร ฝู (福=โชคลาภ,วาสนา) เป็นเครื่องหมายสำหรับยาที่ผลิตโดย ซู่เตอะถัง (树德堂) ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา




อาเจียว ตามหลักเภสัชวิทยาแผนจีน

ในบรรดายาบำรุง 3 อย่างอันล้ำค่า (补药三宝) คือ 1. ยาบำรุงพลัง ได้แก่ โสมคน 2. ยาบำรุงหยาง ได้แก่ เขากวางอ่อน และ 3. ยาบำรุงเลือด ได้แก่ เออเจียว ซึ่งอาเจียว นอกจากจะบำรุงเลือดแล้ว ยังบำรุงยิน ทำให้ปอดชุ่มชื้น ไม่แห้ง, ช่วยหยุดเลือด, บำรุงครรภ์ ทำให้ผิวหนังมีน้ำมีนวลอ่อนนุ่ม

                ถ้ากล่าวว่า ผู้ชายเป็นหยาง ยาบำรุงพลัง ยาบำรุงหยางเป็นรากฐานสำคัญของเพศชาย โสมคนและเขากวางอ่อนน่าจะมีความสำคัญต่อผู้ชาย แต่ถ้ากล่าวว่า ผู้หญิงเป็นยิน ยาบำรุงเลือด บำรุงยินเป็นรากฐานของเพศหญิง เออเจียวน่าจะมีความสำคัญต่อเพศหญิง

คนประเภทไหน จึงเหมาะจะรับประทานเออเจียว?

                เออเจียว เป็นยาบำรุงเลือดชั้นเยี่ยม เหมาะสำหรับคนที่ร่างกายซูบผอม ใบหน้าขาวซีด หรือเหลืองหมองคล้ำ ไม่มีประกาย มักมีอาการเวียนศีรษะ ใจสั่น หลับไม่สนิท ฝันมาก ประจำเดือนมาน้อย สีซีด หรืออาการที่ทางการแพทย์จีนเรียกว่า ภาวะเลือดพร่อง


สรรพคุณทางยาของเออเจียว คือ

1. รักษายินและเลือดพร่อง

2. รักษาอาการเลือดออก

3. แก้ไอจากภาวะยินของปอดพร่อง ปอดแห้ง ไอแห้ง

4. ร่างกายสูญเสียยินมาก ภายหลังไข้

 

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการใช้เออเจียว

1. เป็นยาที่มักไม่ใช้เดี่ยวๆ เพราะผู้ป่วยที่มีเลือดพร่อง มักจะมีพลังพร่องด้วย (อาการพลังพร่องแสดงออกด้วยอาการสำคัญ 3 อย่างคือ เหนื่อยง่าย, หายใจสั่น, เหงื่อออกเอง 疲劳,气短,自汗) ทางคลินิกจึงนิยมใช้ยาประกอบร่วมกันหลายตัว กินบำรุงรักษาเลือดพร่อง กินต่อเนื่องจะทำให้ผิวงาม (ควรปรึกษาผู้รู้ว่าเหมาะกับร่างกายหรือไม่)

2. ช่วงที่มีประจำเดือนมา หรือเสียเลือดมาก หรือกรณีฉุกเฉินตกเลือด ควรใช้ ซานซี (三七)  เป็นหลัก (ดู Health Channel ฉบับเดือน ก.ย.-ต.ค.2553) ถ้าต้องการใช้ตัวเดี่ยวๆ เออเจียว ควรกินในเชิงป้องกัน ก่อนมีประจำเดือน

3. หญิงวัยหมดประจำเดือน หรือวัยทอง สามารถใช้เออเจียว จะช่วยการดูดซึมของ แคลเซียม ป้องกันกระดูกพรุน แค่เฉพาะเออเจียวตัวเดี่ยวๆ ฤทธิ์ยาจะไม่แรงพอ จึงมักใช้คู่กับเขากวางอ่อน (ลู่หยง 鹿茸) ยาเพิ่มยาร่วมด้วย

4. คนที่ไอเรื้อรัง ไอแห้งๆ ไม่มีเสมหะ ไอเนื่องจากยินของปอดแห้ง เหมาะสำหรับใช้อาเจียวประกอบในยา แต่ถ้ามีเสมหะมากหรือเสมหะเหนียว ใช้แล้วอาการจะรุนแรงขึ้น

5. คนตั้งครรภ์ มีภาวะแท้งคุกคาม มักเกิดจากยินและเลือดพร่องส่วนใหญ่ ดังกรณีของพระนางซูสีไทเฮา สามารถใช้อาเจียวร่วมประกอบยาในการรักษาได้ผลดี แต่ถ้าคนที่เกิดจากเลือดร้อนภายในร่างกาย ใช้เออเจียวจะทำให้อาการรุนแรงขึ้น

6. คนที่รับประทานเออเจียวแล้วมีอาการร้อนใน เจ็บคอ คนจีนว่า เกิดไฟขึ้นบน( 上火 ) แสดงว่าคุณภาพของเออเจียวยังไม่ดี เป็นเออเจียวที่ยังใหม่ (ปกติต้องใช้เวลา 3 วัน 3 คืน ในกระบวนการทำยา) เออเจียวยิ่งเก่ายิ่งมีคุณภาพ บางครั้งต้องเก็บไว้กว่า 3 ปี ในที่เย็นแห้ง จะมีคุณภาพดีมาก  เรียกว่า เฉินเออจียว (陈阿胶เออเจียวเก่า)  เออเจียวเก่าไม่ทำให้เกิดไฟขึ้นบน (陈胶不上火)

                บางคนที่ร้อนในง่าย โดยเฉพาะเวลาบำรุง หรือกินลำไย, ลิ้นจี่, จะเจ็บคอ ปากเป็นแผล เรียกว่า “พร่องแต่รับการบำรุงไม่ได้” (虚不受补) ควรจะต้องปรึกษาแพทย์ เพื่อปรับยาตามสภาพ ลดอาการดังกล่าวจึงจะใช้ยาได้ผล

7. คนที่ระบบทางเดินอาหาร การย่อยไม่ดี ควรใช้ปริมาณน้อย หรือใช้พุทราจีนรับประทานร่วมหรือกินขณะที่ท้องว่าง ก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง

ข้อควรระวังในการใช้เออเจียว

1. ขณะเป็นหวัด ตัวร้อน, ไอมีเสมหะ เป็นข้อห้ามในการใช้

2. ระหว่างมีประจำเดือนห้ามใช้ ประจำเดือนหยุดค่อยบำรุง

3. ระบบการย่อยอาหารไม่ดี ยามีความหนืด จำทำให้ท้องอืดไม่ย่อย

4. คนที่ร้อนในง่าย ปากลิ้นเป็นแผล กินของทอด ลำไย ลิ้นจี่ คอจะแห้ง ต้องปรึกษาแพทย์ผู้รู้

5. ห้ามกินกับอาหารรสคาว, ดิบ, มันหนืด, เผ็ด

6.ห้ามกินพร้อมกับชาเข้มข้น, หัวไชเท้า