เรื่อง        :    นพ.ภาสกิจ  วัณนาวิบูล

 

ความมหัศจรรย์ของใบหูทางการแพทย์ (神奇的耳医学)  

ตอนที่ 1 การวินิจฉัยโรคจากจากจุดสะท้อนบนใบหู

 

ใบหูไม่ใช่อวัยวะที่ไว้ใช้ฟังเสียงเท่านั้น แต่ความเปลี่ยนแปลงบนใบหูสามารถบอกโรคได้

                คัมภีร์หวงตี้เน่ยจิง ได้พูดถึงเส้นพลังลมปราณที่เกี่ยวข้องกับหู เป็นทางเดินของเส้นลมปราณซ่าวหยางคือ ซานเจียวและถุงน้ำดี  และพูดถึงความเกี่ยวข้องกับอวัยวะภายในแบบกว้างๆ

                “หู” เป็นทวารเปิดของไต  พลังไตที่ไหลผ่านหู จะทำให้สามารถเกิดการได้ยินเสียง  ส่วนปอดกำกับพลังทั้งร่างกาย และพลังของทั้งร่างกายวิ่งผ่านทะลุไปยังใบหูด้วย ดังนั้น “หู” จึงเป็นที่รวมของพลังลมปราณทั้งหมด

                ความชัดเจนของใบหู ต่อการวินิจฉัยและรักษาโรค ได้ถูกค้นพบอย่างเป็นรูปธรรม โดย แพทย์ชาวฝรั่งเศส ชื่อ พอล นอกีเออร์ (Panl Nogier) ที่มีความสนใจในศาสตร์การแพทย์แผนจีน ภายหลังศึกษาแพทย์จีนจากไต้หวัน เขาใช้เวลา 6 ปี ในการศึกษาความมหัศจรรย์ของใบหู จนกระทั่งปี 1957 ได้เสนอภาพใบหู เป็นภาพสะท้อนของร่างกายทั้งร่างกาย ใบหูคือภาพของทารกกลับหัว ศีรษะคือบริเวณติ่งหู และส่วนบนของใบหูคือส่วนล่างของร่างกายนั่นเอง ทำให้เขาสามารถกำหนดจุดสะท้อนของอวัยวะต่างๆ ของร่างกายที่แสดงออกที่ใบหูได้

 ปี 1982 องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เห็นคุณค่าของการรักษาโรคบนใบหู ได้เสนอให้สมาคมฝังเข็มและรมยาของจีนจัดทำมาตรฐานจุดฝังเข็มบนใบหูขึ้น (International Standard of Auricular Point หรือ ASAP ) ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

การศึกษาจุดสะท้อนบนใบหูและทำเป็นแผนที่ของร่างกาย และรวมทั้งความผิดปกติทั้งในแง่โครงสร้าง, สี, เส้นเลือดที่เปลี่ยนไป,เปรียบเทียบกับ พยาธิสภาพและรอยโรคที่เกิดขึ้น ในปัจจุบันยังมีการค้นคว้าวิจัยพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่สิ้นสุด

                การศึกษาวิจัยขณะนี้ คือ ความพยายามที่จะหาความผิดปกติ หรือสัญญาณเตือนก่อนที่จะเกิดพยาธิสภาพ และความพยายามที่จะใช้การกระตุ้นสัญญาณจากตำแหน่งอวัยวะต่างๆ บนใบหู เชื่อมต่อสู่อวัยวะภายในหรือส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสัญญาณไฟฟ้า (ลมปราณ)  ในการรักษาโรค และเพื่อหาแนวทางในการป้องกันโรค

 

จากจุดสะท้อน (Reflexolog.) สู่ทฤษฎี ECIWO (Embryo Containing Information of the Whole Organism )

ทฤษฎีการแพทย์แผนปัจจุบันและความรู้เรื่องเซลล์และชีววิทยา กายวิภาค, สรีระวิทยา ไม่สามารถนำมาอธิบายเรื่อง จุดสะท้อน( Reflexolog.) ได้ เพราะเป็นการมองแบบแยกส่วนแยกอวัยวะต่างๆออกจากกัน ไม่เกี่ยวข้องกันหรือถ้าเกี่ยวข้องกันก็ต้องอธิบายได้อย่างเป็นรูปธรรมด้วยความรู้พื้นฐานทางแผนปัจจุบันเท่านั้น

ก่อนหน้าการค้นพบใบหู กับภาพสะท้อนของร่างกายทั้งร่างกาย มีการทำการศึกษาเกี่ยวกับจุดสะท้อนฝ่าเท้า (Foot Reflexolog) โดย Eunice D. Ingham. นักกายภาพชาวอเมริกันใน ปี ค.ศ. 1930  และจุดสะท้อนบริเวณตาดำ (ม่านตา Iridology) โดย Bernard Jensen ชาวอเมริกันในปี ค.ศ. 1950

                ศาสตราจารย์ จางอิ่งชิง (张颖清) แห่งมณฑลซานตง ได้ตั้งทฤษฎี  ICIWO ภายหลังการศึกษาสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์จำนวนมาก จนได้ข้อสรุปว่า อวัยวะต่างๆ เช่น ใบหน้า, จมูก, ปาก, ดวงตา, ถ้าวิเคราะห์ลงในรายละเอียดจะพบว่าอวัยวะเหล่านั้นล้วนซ่อนข้อมูลร่างกายทั้งร่างกายไว้อยู่ภายใน ถ้าเรามีความผิดปกติที่ส่วนใดของร่างกายก็จะสามารถพบความผิดปกติในจุดสะท้อนต่างๆ ของร่างกายได้จากอวัยวะอื่นเช่น บนดวงตา, จมูก, ใบหู, ลิ้น, ปาก ฯลฯ

                เขาได้ศึกษาม้าลาย พบว่า บริเวณคอ, กระดูกแต่ละท่อน, ใบหู ฯลฯ ล้วนมีลาย 11 ลาย มีลักษณะแบบแผนเดียวกัน เมื่อมีความผิดปกติที่ลายใดลายหนึ่ง ก็จะส่งผลให้เห็นความผิดปกติของลายแบบเดียวกัน นั้นๆ ที่ส่วนต่างๆ ด้วย

                ทฤษฎี ECIWO พยายามอธิบายให้เห็นว่า ร่างกายเป็นองค์รวม รอยโรคบนตำแหน่งของร่างกายสามารถสะท้อนออกมาในส่วนเล็กๆตามอวัยวะต่างๆ ขณะเดียวกันการกระตุ้นรอยโรคที่ส่วนเล็กๆของอวัยวะต่างๆ ก็สามารถส่งสัญญาณมายังส่วนใหญ่ๆ ของร่างกายได้

                ประโยชน์ของความรู้ใหม่นี้ ทำให้เราสามารถดูแผนที่จากส่วนต่างๆ โดยเฉพาะใบหู แล้วเชื่อมโยงสู่ความผิดปกติของอวัยวะภายในได้ ซึ่งก็คือการวินิจฉัยโรคด้วยใบหู หรือหูบอกโรคนั่นเอง 



 

ความมหัศจรรย์ของใบหูทางการแพทย์  (神奇的耳医学)

 

ตอนที่ 2 การป้องกันและรักษาโรคจากจุดสะท้อนบนใบหู


ภาพแผนที่ร่างกายบนใบหู

1. เป็นภาพทารกหัวกลับ

- ใบหูคือ บริเวณ ศีรษะ

- แอ่งหูล่างคือ บริเวณ ช่องอก มีอวัยวะสำคัญคือ หัวใจ, ปอด และหลอดลม

- แอ่งหูบนคือ บริเวณช่องท้อง มีอวัยวะสำคัญคือ กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก, ลำไส้ใหญ่, ตับ, ถุงน้ำดี, ไต, กระเพาะปัสสาวะ และต่อมลูกหมาก

- แอ่งสามเหลี่ยม เป็นแอ่งเว้าบนหูส่วนบน เป็นบริเวณอุ้งเชิงกราน ได้แก่ มดลูก, รังไข่ และอวัยวะสืบพันธุ์

             ความผิดปกติของพลังไฟฟ้าชีวิต ( Bioelectricity ) หรือการไหลเวียนของพลังลมปราณ) คือจุดเริ่มต้นของการเกิดโรค

                วิทยาศาสตร์แห่งชีวิต (Life Science) มองเรื่องของการดำรงอยู่ของชีวิต คือ การไหลเวียนของพลังไฟฟ้า (พลังลมปราณ) เป็นตัวการสำคัญของการขับเคลื่อนการทำงานของอวัยวะต่างๆ

                การหมดสิ้นของพลังไฟฟ้า คือ การหมดสิ้นของชีวิต การไหลเวียนที่ติดขัด, การลดลงของพลังไฟฟ้า คือ ความเสียสมดุลที่เป็นสาเหตุของการเกิดพยาธิสภาพที่จะตามมา และการตรวจพบความผิดปกติว่าเป็นโรคในอนาคต

                ในระยะแรกของการเกิดโรค เป็นระดับความผิดปกติของพลังหรือสนามไฟฟ้า  ตรวจไม่พบความผิดปกติ

                ในระยะต่อมา คือการเปลี่ยนแปลงในระดับชื่อเคมี อาจตรวจพบความผิดปกติของเลือด เช่น เบาหวาน, ไขมัน, การอักเสบ, เอ็นไซม์ ,ชีวเคมีบ่งบอกมะเร็งชนิดต่างๆ

                ในระยะต่อมาคือ การเปลี่ยนแปลงในทางพยาธิสภาพ ที่ตรวจพบด้วย MRI, CT Scan, อัลตร้าซาวด์, X - ray, การคลำ, การมอง การสัมผัส  เป็นต้น  

                องค์การอนามัยโลก ตั้งเป้า ปีศตวรรษที่ 21 (ค.ศ.2000 - 2100) เป็นศตวรรษของ “การนำการแพทย์การรักษาสู่ครอบครัว”

 (医疗进入家庭.) แต่ดูเหมือนการพัฒนาความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่ ยังผูกขาดอยู่กับการรักษาของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีการรักษาที่ล้ำยุค ที่ห่างไกลจากการรักษาสู่ครอบครัวหรือการดูแลตนเอง ไม่ว่าจะเป็น Stem Cell, การผ่าตัด, การตรวจวินิจฉัย, การรักษามะเร็ง ฯลฯ ซึ่งการตรวจรักษาค่อนข้างจะมีค่าใช้จ่ายสูง และไม่แน่นักว่าจะรักษาโรคให้หายได้ ซึ่งไม่ต้องพูดถึงบทบาททางการแพทย์สมัยใหม่ต่อการส่งเสริมและป้องกันไม่ให้เกิดโรค

 

การตรวจวินิจฉัยและบำบัดบนใบหู : ความพยายามสู่การรักษาตนเอง การรักษาสู่ครอบครัว

                มีความพยายามใช้หลักทฤษฎีแพทย์จีนและทฤษฎี ECIWO เพื่อให้มีการค้นพบความเสียสมดุลแต่เริ่มแรก เพื่อการป้องกัน และประยุกต์หลักการกระตุ้นสัญญาณจากตำแหน่งต่างๆ บนใบหู ส่งกลับไปปรับอวัยวะภายใน รวมถึงทฤษฎีเส้นลมปราณที่มองว่า อวัยวะภายในต่างๆ สามารถเชื่อมกับส่วนต่างๆ ภายนอกของร่างกาย ดังนั้นถ้ากระตุ้นอวัยวะภายในให้พลังลมปราณมีการไหลเวียนดี จะมีผลต่อการป้องกันและรักษาร่างกายให้แข็งแรง ไม่เกิดโรค

                การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ด้านไฟฟ้า ร่วมกับความรู้ของทฤษฎี ECIWO (Embryo Containing Information of the Whole Organism) (อวัยวะต่างๆ มีข้อมูลสะท้อนร่างกายโดยองค์รวม) จึงมีการพัฒนาเครื่องมือสำหรับตรวจวินิจฉัย และการดูแลตนเองในครอบครัว โดยออกแบบอุปกรณ์ที่กระตุ้นบริเวณอวัยวะภายในช่องอก, ช่องท้องและท้องน้อย (อุ้งเชิงกราน) หรือ ซานเจียว (ทฤษฎีแพทย์จีน) เพื่อส่งสัญญาณจากอวัยวะภายในบริเวณใบหู ในการปรับสมดุลของพลังไฟฟ้า (ลมปราณ) ทั้งร่างกาย

                การศึกษาวิจัยแลกเปลี่ยนของผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ของใบหู โดยสมาคมเข็มหูนานาชาติจัดขึ้นทุกปี