เรื่อง  :    นพ. ภาสกิจ วัณนาวิบูล

สามหลวงสหคลินิก

 

“เวลากินอย่าพูด เวลานอนอย่าคุย”

食不语,寝不言

 

                เป็นความสุขมากๆ ของคนทำงานทั้งวัน ตลอดสัปดาห์ เมื่อถึงวันศุกร์หรือวันเสาร์ ซึ่งจะมีโอกาสได้พักผ่อนและออกไปกินอาหารนอกบ้านกัน เป็นความสุขที่ไม่ต้องรีบเร่งกับการกิน มีโอกาสนั่งคุยไปกินไปอย่างสบาย

                ขงจื้อ 孔子 ปราชญ์มีชื่อของจีน ซึ่งมีส่วนสำคัญของการวางรากฐานทางวัฒนธรรมของจีนที่สืบทอดกันมา ถ้าวิเคราะห์ในหลายเรื่องหลายราว จะพบบางครั้ง แม้จะเป็นเรื่องของมารยาททางสังคม แต่ในอีกด้านหนึ่งก็มีความหมายต่อการดูแลสุขภาพ ของศาสตร์แพทย์จีนแฝงอยู่

 



เวลากินอย่าพูด” 食不语

                คงไม่ได้หมายความว่า เวลากินข้าวทุกคนต้องเงียบสงบไม่คุยกัน เพราะดูจะขัดต่อความรู้สึกว่านั่งกันพร้อมหน้า จะพูดคุยเฮฮากัน ไม่ให้พูดกันเลยหรือ คงไม่ใช่เช่นนั้น แต่หมายความว่า ขณะที่กำลังกิน ควรมีสมาธิกับการกิน ขณะที่อาหารอยู่ในปากไม่ควรพูดไปด้วย กินไปด้วย โดยเฉพาะการพูดที่ต้องใช้สมองครุ่นคิด หรือวางแผนงาน เพราะขณะกินอาหาร เลือดจากส่วนต่างๆ จะระดมกันมาทากระเพาะอาหารและลำไส้ เพื่อช่วยให้การย่อยและดูดซึมมีประสิทธิภาพดีที่สุด เวลาพูดขณะกินอาหารอยู่ และใช้ความคิดไปด้วย จะทำให้เลือดบางส่วนต้องไปเลี้ยงสมอง ทำให้ระบบย่อยและดูดซึมอาหาร ต้องขาดเลือดไปบางส่วน นอกจากนี้ยังทำให้เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด หรือบางทีเกิดสำลักอาหารได้ การกินที่ดีต้องมีสมาธิ ลิ้มรสอาหารอย่างตั้งใจ เคี้ยวอย่างละเอียด เป็นการกระตุ้นน้ำย่อยไปในตัว( อธิบายแบบแพทย์จีน บริเวณใบหน้ามีเส้นลมปราณกระเพาะอาหารไหลเวียน เวลาเคี้ยวอาหารถือเป็นกระตุ้นไปในตัว) กระเพาะอาหารไม่ต้องทำงานหนัก จิตใจไม่ครุ่นคิดเรื่องอื่น โดยเฉพาะเรื่องเครียด รวมศูนย์ทุกอย่างอยู่ที่ ทำให้การกินอาหารเกิดประสิทธิภาพสูงสุด แต่ไม่ใช่รีบเร่งกิน เพราะการรีบเร่งทำให้เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด ไม่สามารถดื่มด่ำรสชาติอาหารได้อย่างแท้จริง ขาดจินตนาการในรสชาติ และไม่สามารถกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยที่ดีได้

                แพทย์แผนจีนถือว่า ระบบการย่อยอาหารเป็นทุนที่สำคัญมาก เป็นทุนที่2  后天之本 (ทุนแรกคือ ทุนทางสุขภาพที่ได้จากกรรมพันธุ์ของพ่อแม่) เพราะเป็นแหล่งการเกิดของเลือดและพลังที่จะไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณทั่วร่างกาย

 



เวลานอนอย่าคุย” 寝不言

                การนอนกับอายุที่ยืนยาวมีความเกี่ยวข้องกัน คนที่นอนน้อยไปร่างกายจะไม่สามารถพักฟื้น ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

คนที่นอนมากไป..เลือดจะไหลเวียนช้า ทำให้โอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือโรคหลอดเลือดสมองตีบได้ง่าย

                การนอนกลางวัน ไม่นอนกลางคืนก็เป็นการผิดธรรมชาติ การนอนกลางคืนร่างกายได้รับการซ่อมแซม การไม่นอนกลางคืน ทำให้ร่างกายสูญเสียพลังและยิน ทำให้เซลร้อนแห้งเกิดไฟ และสุขภาพเสื่อมถอยรวดเร็ว

                ขงจื้อ สอนว่า “เวลานอนอย่าคุย” มีความหมายต้องการให้เรารู้ว่า เมื่อนอนต้องหลับให้สนิท และต้องไม่ถูกรบกวนทางสมองจากคำพูด เรื่องราว เหตุการณ์ ปัจจุบันต้องรวมเอาภาพยนตร์, โทรทัศน์ ที่ไปกระตุ้นสมองก่อนนอน บางคนปรึกษาเรื่องการงานกันก่อนนอน บางคนก็ทะเลาะกันก่อนนอน ทั้งหมดล้วนทำให้คุณภาพการนอนเสียหาย เพราะนอกจากจะหลับยากแล้ว บางครั้งยังเก็บเอาไปฝันต่อ คนที่นอนฝันทั้งคืนก็ เหมือนกับไม่ได้นอนนั่นเอง

            เรื่องการกิน, การนอน จริงๆ เป็นเรื่องที่ทุกคนคุ้นเคย แต่ไม่ค่อยมีการศึกษาหรือวิเคราะห์กัน ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างเสรี  แท้จริงแล้วทุกสิ่งมีกฎเกณฑ์ ที่แน่นอนซึ้งซ่อนเร้นอยู่ในคำสอนของรุ่นก่อนๆ บางคนจะเข้าใจได้ก็เมื่อสายเกินไปเสียแล้ว