เรื่อง   :    นพ.ภาสกิจ  วัณนาวิบูล

สามหลวงสหคลินิก

www.samluangclinic.com


 

แพทย์แผนจีน: การดูแลสุขภาพต้องบำรุงรักษาไต

(ตอนที่ ๑)

(养生必养肾) 1

      หลายคนคงเคยได้ยินว่าหมอจีนมักพูดบ่อยๆว่าผู้ป่วยไตไม่ดี ไตอ่อนแอต้องบำรุงไต พอไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลหมอตรวจเลือด ดูผลเลือดแล้ว บอกว่าไตผู้ป่วยอยู่ในเกณฑ์ดี ทำงานได้ปกติ  ไม่จำเป็นต้องบำรุงอะไร 

     ผู้ชายที่มีปัญหาเสื่อมสมรรถนะทางเพศ  หมอจีนก็บอกว่าไตอ่อนแอ ต้องบำรุงไต

คนที่ปัสสาวะรดที่นอน  ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน  หมอจีนก็บอกว่าไตพร่อง ต้องบำรุงไต

ไตในทัศนะแพทย์จีน คืออะไร ? ทำไมไตจึงมีความสำคัญมากกับสุขภาพ?



       

      ไตในทรรศนะแพทย์แผนจีนไม่ได้มีความหมายถึงตัวอวัยวะไตอย่างเดียว เกี่ยวข้องกับการทำงานร่างกายหลายระบบ เช่น ระบบฮอร์โมน ระบบประสาทอัตโนมัติ สมอง รวมถึงกระเพาะปัสสาวะ กระดูก ไขกระดูก สมอง ผม หู อวัยวะสืบพันธุ์ และอวัยวะขับถ่ายในความหมายแพทย์แผนปัจจุบัน

       ตัวอย่างการบรรยายหน้าที่ของไต เช่น  พลังไตหรือพลังดั้งเดิม (元气)เริ่มจากอ่อนแอในตอนเด็กค่อยๆ พัฒนาเติบโต แข็งแรงจนถึงวัยหนุ่มสาว วัยฉกรรจ์ และกลับอ่อนแออีกครั้งเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ

        ความสมบูรณ์ของพลังไตในผู้หญิงเมื่อถึงจุดหนึ่งประมาณอายุ ๑๔ ปี ก็ทำให้เกิดประจำเดือน การสมบูรณ์ของพลังไตในผู้ชายเมื่อถึงจุดหนึ่งก็แสดงออกด้วยการมีการหลั่งน้ำอสุจิประมาณอายุ ๑๖ ปี เมื่อถึงวัย ๔๐ ของเพศชายและวัย ๓๕ เพศหญิงพลังไตเริ่มต้นอ่อนแอ ความต้องการทางเพศจะเริ่มลดลง  จนถึงช่วงวัยทอง และลดลงเด่นชัดของผู้หญิงคือภาวะหมดประจำเดือนประมาณช่วงอายุ ๔๙ ปี ในขณะที่ผู้ชายมีการลดลงของเชื้ออสุจิประมาณช่วงอายุ ๖๔ ปี เมื่อพลังของไตลดถอยลง จนเกือบหมดสิ้น ความสามารถในการเจริญพันธุ์ก็หมดไปด้วย

        สรุปได้ว่า  ความเพิ่มขึ้น ลดลงของพลังหยางของไตเกี่ยวข้องกับการดำรงอยู่ และการดับสลายของชีวิต ตั้งแต่เกิด เจริญเติบโต เสื่อมถอย การตาย

       คำโบราณที่กล่าวว่า “หยางชี่คือรากฐานของชีวิต”阳气是生命之本 หลักการสำคัญคือต้องถนอมพลังหยางเป็นหัวใจของการดูแลสุขภาพ   

      พลังไตเป็นรากฐานของอวัยวะภายใน ทั้ง ๕(肾是五脏之根)  ไตเป็นที่เก็บของพลังสำรอง  เมื่ออวัยวะภายในอื่นๆขาดแคลนพลังจะเรียกใช้บริการของไต


 


แพทย์แผนจีน: การดูแลสุขภาพต้องบำรุงรักษาไต

 ตอนที่ ๒

 (养生必养肾) 2

 

 คนที่ไตแข็งแรง แสดงออกถึงอย่างไร?


 1.ไตดี การเจริญเติบโตดี (เกี่ยวข้องกับระบบฮอร์โมน)

 ผู้หญิงใช้เลข 7 มาแบ่งช่วงอายุ

 ผู้ชายใช้เลข 8 มาแบ่งช่วงอายุ

 ผู้หญิงอายุ 4x7 = 28ปี  เป็นช่วงที่พลังไต ถึงขีดสุด เอ็นกระดูกแข็งแรง

                   5x7 = 35ปี เป็นช่วงที่พลังไตเริ่มเสื่อมถอยในผู้หญิง

 ผู้ชายอายุ   4x8 = 32ปี เป็นช่วงที่พลังสูงสุดของเพศชาย

                    5x8 = 40 ปี เป็นช่วงที่พลังไตเริ่มเสื่อมถอยในผู้ชาย


 2.ไตดี : ระบบสืบพันธุ์ดี

 จิงของไต (มีความหมายคล้ายกับระบบฮอร์โมน) เป็นตัวกระตุ้นระบบการสืบพันธุ์ กระตุ้นการเจริญเติบโต ทำให้ผู้ชายมีเชื้ออสุจิ ผู้หญิงมีประจำเดือน คนที่ไตอ่อนแอ ในผู้หญิงจะมีอาการประจำเดือนไม่ปกติ มดลูกเย็น (มีบุตรยาก) ในผู้ชาย จะมีความเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ น้ำเชื้อมีอสุจิน้อย

  ผู้หญิงอายุ   7x7 = 49 ปี เป็นภาวะหมดประจำเดือนในผู้หญิง

                     8x8 =64 ปีเป็นช่วงเริ่มหมดลงของการสร้างเชื้อสุจิ


 3.ไตดี : สุขภาพโดยรวมดี

        ไตเป็นตัวควบคุมยินหยาง (ความร้อน-เย็น สมดุลของร่างกาย) ภาวะร่างกายที่เหมาะสม จะทำให้การทำงานของระบบต่างๆของร่างกายเป็นปกติ

         การบำรุงไต หัวใจคือต้องปรับสมดุลให้พอดีระหว่าง ไตยิน และไตหยาง ร่างกายจึงจะมีภูมิต้านทานที่ดี

 

4.ไตดี : ระบบเมตาบอลิซึมในการควบคุมน้ำในร่างกายปกติ

 คนที่มีปัญหาปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะมาก ปัสสาวะกลั้นไม่อยู่ บวมน้ำ บ่งบอกว่าไตไม่แข็งแรง ปกติเวลาดื่มน้ำ น้ำจะถูกนำไปใช้ในการช่วยคลุกเคล้าอาหารและถูกลำเลียงไปใช้ทั่วร่างกาย เพื่อการทำงานอวัยวะภายใน ส่วนที่ไม่ใช้ประโยชน์ จะถูกขับออก ทางปัสสาวะเป็นหลักซึ่งเป็นหน้าที่ของไต  การขับปัสสาวะของกระเพาะปัสสาวะยังต้องอาศัยพลังไตมาควบคุมการเปิดปิด



 ดังนั้น ถ้ามีปัญหาการปัสสาวะต้องคำนึงถึงภาวะพร่องของไต

 

5.ไตดี : โรคทางเดินหายใจจะลดลง

 การหายใจของคนเราต้องอาศัยปอดในการหายใจเข้า แต่ในการปรับการหายใจให้หายใจได้ลึกต้องอาศัยพลังของไตในการดึงรั้ง ดังนั้นถ้าพลังไตอ่อนนแอ จะเกิดอาการหายใจตื้น หอบหืด เหนื่อยง่าย

 

6.ไตดี : กระดูกแข็งแรง

 กระดูกที่แน่นหนา แข็งแรง ต้องอาศัยสารจิงของไตไปบำรุง ในเด็กเล็ก ถ้าขาดสารจิงของไต กระดูกบนกระหม่อมจะปิดช้า กระดูกจะอ่อน ร่างกายจะไม่สูง เจริญเติบโตช้า ในคนสูงอายุ กระดูกจะหักง่าย แตกง่าย ปวดเมื่อยเอว ขาโก่งง่าย

 


7.ไตดี : สมองเติบโตดี ความจำดี

 “สมอง คือ ทะเลของไขกระดูก”(脑为髓之海) ไตเป็นที่เกิดของไขกระดูก เป็นที่ก่อเกิดจิงของไต ถ้าจิงของไตพอ สมองก็ได้รับการหล่อเลี้ยงสร้างเสริม สมองก็เติบโตดี ความจำดี ในเด็กเล็ก ถ้าขาดสารจิง จะทำให้ สมองเติบโตช้า ปัญญาอ่อน เจริญเติบโตช้า ความจำเสื่อม ในคนสูงอายุ จะขาดชีวิตชีวา ความคิดอ่านช้า ความจำเสื่อม ลืมง่าย โรคสมองเสื่อม ไตดี : ผมหนาเป็นประกาย

 จิงของไต สามารถสะท้อนออกที่ผม ผมที่ร่วงง่าย ขาดความชุ่มชื้น เหี่ยวเฉา เกี่ยวข้องกับ จิงของไตพร่อง ผมดก ผมหนา ผมดำ มีประกายบ่งบอกความแข็งแรงของไต

 

8.ไตดี : จิตใจสงบ ควบคุมความกลัว

 ไตควบคุมการมุ่งมั่น ควบคุมการอ่อนไหวทางอารมณ์ คนที่ไตอ่อนแอ ตกใจกลัวง่าย ควบคุมจิตอารมณ์ไม่ได้ บางครั้งแสดงออกของโรคทางจิต


 9.ไตดี : การได้ยินดี ตามองเห็นชัด

 ไตยังมีบทบาทในการแปรเปลี่ยนเป็นเลือดพลัง หรือไปหล่อเลี้ยงดวงตา และใบหู รวมทั้งอวัยวะต่างๆ คนสูงอายุที่เริ่มมีการได้ยินเสื่อม มีเสียงดังในหู บ่งบอกภาวะของไตพร่องได้อีกทางหนึ่ง


 



แพทย์แผนจีน: การดูแลสุขภาพต้องบำรุงรักษาไต

 ตอนที่ ๓

 (养生必养肾) 3

 

คนที่ไตพร่องมีอาการแสดงออกว่า อย่างไร?

 • ปวดเมื่อยเอว เป็นบ่อยๆ โดยเฉพาะเวลาร่างกายอ่อนเพลีย หลังมีเพศสัมพันธ์ หรือเวลาอาการครึ้มฟ้าครึ้มฝน

 • ปัสสาวะบ่อยครั้งเวลากลางคืน มากกว่า 3 ครั้ง หรือปัสสาวะไม่มีแรงเบ่ง บางรายอุจจาระเหลวช่วงฟ้าสาง

 • ร่างกายอ่อนล้า ง่วงนอนตลอดเวลา ขี้เกียจจะพูด สมาธิไม่จดจ่อ ทำงานแบบไม่มีความมุ่งมั่น

 • นอนไม่หลับ หลงลืมง่าย

 • กลัวอากาศหนาว แขนขาเย็น กลัวลมหรือความเย็น

 • เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ไม่มีอารมณ์หรือความต้องการทางเพศ ตื่นนอนองคชาตไม่แข็งตัว

 • มีโรคเรื้อรังยาวนาน เช่นเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง ไตอักเสบเรื้อรัง

 • ภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นหวัดง่าย

 • ผมร่วงง่าย เวลาสระผม จะมีผมหลุดร่วงเป็นจำนวนมาก 


 


ถ้ามีอาการมากกว่า 4 ข้อ ใน 10 ข้อ ให้สันนิษฐานว่ามีภาวะไตพร่อง

 

ไตอ่อนแอ : ต้องแยกว่าไตยินพร่อง หรือไตหยางพร่อง

 ความเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ อาจถือเป็นธรรมชาติก็ได้ อาจถือเป็นโรคได้ กล่าวคือ ถ้ามีการดูแลและเข้าใจกฎเกณฑ์ของการทำงานของไต (ในทรรศนะการแพทย์แผนจีน) และจัดการกับปัญหาทางเพศสัมพันธ์ที่ถูกต้อง ก็จะทำให้พลังไตเสื่อมช้า มีสมรรถภาพทางเพศที่ดีอยู่ได้นาน ถ้าจัดการไม่ถูกต้องก็จะมีการเสื่อมสมรรถภาพเร็วก็โรคมะเขือเผาทั้งๆ ที่ไม่ถึงเวลาอันควร

 หลักเกณฑ์ง่ายๆ ในการแยกภาวะไตยินพร่อง หรือไตหยางพร่อง

 1.ดูอายุ

 คนหนุ่มสาว มีแนวโน้มเกิดภาวะยินพร่อง เพราะการเคลื่อนไหวมาก ใช้พลังงานมาก เป็นช่วงการเกิดพลังหยางของร่างกาย

 คนสูงอายุ มีแนวโน้มเกิดภาวะหยางพร่อง เพราะเป็นช่วงเสื่อมถอยของพลังหยาง  ร่างกายเคลื่อนไหวน้อย มีการเผาผลาญน้อย

 

2.ดูขีร้อน หรือขี้หนาว

 • กลัวความเย็น อากาศเย็น มือเท้าเย็น เป็นภาวะหยางพร่อง

 • มือเท้าอุ่น ร้อนหน้าอก กลางคืนนอนมีเหงื่อออก เป็นภาวะยินพร่อง

 

3.สมรรถภาพทางเพศ

 • คนที่ยินพร่อง จะมีภาวะหลั่งเร็ว น้ำกามเคลื่อน พบได้บ่อย

 • คนที่หยางพร่อง มีภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว (มะเขือเผา)

 

4.ดูการถ่ายอุจจาระและปัสสาวะ

 • ปัสสาวะเข้ม อุจจาระแข็ง มักเป็นภาวะยินพร่อง

 • ปัสสาวะใส อุจจาระใสจาง มักเป็นภาวะหยางพร่อง

 



อาการที่เหมือนกันระหว่างภาวะพร่องหรือหยางพร่อง

 หยางพร่องและยินพร่อง มีอาการร่วมที่เหมือนกันคือ

 • พลังสติปัญญาลดลง

 • เมื่อเอว เข่าอ่อน

 • เวียนศีรษะ เสียงดังในหู

 • แก่เร็ว

 บางครั้งผู้ป่วยที่เป็นนานๆ ไม่ว่าจะเริ่มจากยินพร่อง หรือ

เริ่มจากหยางพร่องในที่สุดจะเกิด ภาวะยินหยางพร่องทั้งคู่

 

ทารกน้อยจัดว่าร่างกายที่มีหยางบริสุทธิ์ เป็นช่วงที่พลังหยางกำลังเติบโต วัยเด็กแม้ว่าร่างกายภายนอกดูอ่อนแอ แต่มักไม่กลัวหนาว ร้องให้แต่ไม่เพลีย ยิ้มหัวเราะได้ มือกำแน่นตลอดเวลา เคลื่อนไหวอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย

 

แพทย์แผนจีน: การดูแลสุขภาพต้องบำรุงรักษาไต

ตอนที่ ๔

(养生必养肾) 4

 

สาเหตุและแนวทางป้องกันไตพร่อง

1.การเปลี่ยนแปลงของอากาศตามฤดูกาล มีผลกระทบต่อความสมดุลยินหยางของร่างกาย

  • ฤดูใบไม้ผลิมีลม  ฤดูร้อนมีความร้อน   ฤดูใบไม้ร่วงมีความแห้ง  ฤดูหนาวมีความเย็น

การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลสภาพอากาศมีผลกระทบยินหยางของร่างกาย

  • ต้องสนใจการปรับเปลี่ยนความหนาบางของเสื้อผ้า อาหารที่บริโภค การนอนหลับและการตื่นนอน ฯลฯ อย่างเหมาะสม


2.อารมณ์ตกใจกลัว




        อารมณ์ทั้ง 7 คือ อารมณ์โกรธ ดีใจ วิตก กังวล เศร้าโศก ตกใจ กลัว ล้วนมีผลต่ออวัยวะภายในที่แน่นอน  คนที่ตกใจกลัวอย่างรุนแรงหรือยาวนานจะทำให้ไตอ่อนแอ

3.อาหารที่เหมาะสม บำรุงม้ามเพื่อบำรุงไต

  • ไตเป็นทุนแต่กำเนิด ม้ามเป็นทุนที่ 2 ทุนหลังกำเนิด พลังของไตใช้สำหรับดำรงขับเคลื่อนชีวิต ต้องอาศัยทุนที่2มาเติมเต็ม
  • การรับประทานอาหารที่ถูกต้อง และเวลาที่เหมาะสม จึงเป็นการเสริมสร้างพลังไตที่สำคัญ เหมือนการชาร์ตไฟเติมแบตเตอรี่มือถือ
  • งดดื่มอาหารฤทธิ์เย็นมากเกินไป กินของเย็นมากเกินไป เช่น น้ำแข็ง ของแช่เย็น ของดิบ ของไม่สุก เพราะเป็นการทำลายระบบย่อย     ทำให้การย่อยดูดซึมไม่ดี การสร้างเลือดและพลังน้อย การสะสมพลังของไตก็น้อยลงด้วย
  • การกินอาหารเค็มมากเกินไป แม้ว่าอาหารเค็มจะมีฤทธิ์เข้าไต กระตุ้นการทำงานของไต แต่การรับประทานอาหารเค็มมาก หรือ บ่อยเกินไปจะทำให้เกิด ความดันโลหิตสูง การไหลเวียนเลือดไปที่ไตน้อยลง กระตุ้นการทำงานมากจนเกินไปบ่อยๆ  ทำให้ ไตจะเสื่อมหน้าที่ 
  • การกินอาหารจำต้องมีกฎเกณฑ์ ต้องอาหารครบส่วน ไม่รับประทานโน้มเอียงไปประเภทใดประเภทหนึ่ง

       

         5  ธัญพืช  สำหรับบำรุง

         5  ผลไม้สำหรับช่วย

         5  เนื้อสัตว์สำหรับเสริม

         5 ผักสำหรับเติมเต็ม



    สรุป พยายามรักษาระบบทำงานของกระเพาะอาหารและม้ามให้ดีที่สุด


4. ทำงานหนัก อ่อนล้าเกินไป ทำลายพลังจิง

  • การทำงานต้องใช้พลัง ถ้าใช้ทำงานมากเกินไป เมื่อยล้าแล้วยังทำงานต่อ จะยังเสียพลังสำรอง ในที่สุดจะไม่สามารถ บำรุงกลับมาได้
  • คนที่นอนดึก  ทำงานเข้ากะกลางคืน  ขายอาหารโต้รุ่ง ไม่ได้นอนหลับกลางคืนเป็นระยะเวลานานๆ    ในที่สุดจะทำให้ ไตพร่อง โดยเฉพาะไตยินพร่อง



5 การใช้สมองมากเกินไป

      ไม่ว่าในการคิด การหมกมุ่น  การจำ การวางแผน  การไม่พักสมอง  ฯลฯ จะมีผลต่อหัวใจ ทำให้เลือดหัวใจน้อยลง กระทบต่อกลไกพลังของตับ ตามด้วยการย่อยดูดซึมและลำเลียงอาหาร ทำให้เกิดอาการใจสั่น นอนไม่หลับ ฝันมาก ความจำเสื่อม เวียนศีรษะและมีผลต่อไตในที่สุด

6 การมีเพศสัมพันธ์ที่มากเกินไป

  • การสูญเสียสารจิงในการมีเพศสัมพันธ์ จะมีผลโดยตรงต่อไต
  •  การที่มีความต้องการทางเพศสูง ซึ่งเกิดจากไฟภายในกำเริบ เนื่องจากยินพร่อง ก็คือว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ไตพร่อง อีกแบบหนึ่ง
  • ในสมัยโบราณโรคที่เกี่ยวกับไต ยินพร่อง แล้วมีไฟกำเริบ มักแนะนำให้เข้าวัดเข้าวา หาที่ปลีกวิเวก เพื่อสงบจิตอารมณ์ ร่วมกับการใช้ยา จะรักษาอาการนี้ รวมทั้งอาการของ โรคต่างๆที่เป็นผลจากยินพร่องด้วย


7 เสพสุขสบายเกินไป ก็ทำลายไต



  • คนที่ไม่เคลื่อนไหว ไม่ออกกำลังกาย นั่งๆนอนๆทั้งวัน จะมีผลต่อการทำงานของอวัยวะภายใน รวมทั้งกระเพาะอาหารและม้าม ทำให้การสร้างเลือดพลังไม่พอ ซึ่งจะกระทบการสะสมพลังงานของไตในที่สุด
  • มีคำกล่าวที่ว่า “โรคไตเรื้อรังต้องการเคลื่อนไหว ไม่เหมาะกับการหยุดนิ่ง”
  • การเคลื่อนไหวที่เหมาะสม จะทำให้เลือดหมุนเวียน การหยุดนิ่งมากเกินไป ทำให้เลือดติดขัด หยุดนิ่ง การเคลื่อนไหวยังช่วยกระตุ้นการทำงานของอวัยวะต่างๆ ให้ทำงานได้ดีขึ้น


8 การบำรุงด้วยยาสมุนไพรผิดๆ “ขึ้นชื่อว่ายา จะมีพิษ 3ส่วน” หรือ 30%(是药三分毒)

  • คนทั่วไปเข้าใจว่า ถ้าร่างกายอ่อนเพลีย หรือสมรรถภาพทางเพศอ่อนแอ ต้องกินยาบำรุงไต ข้อแนะนำที่สำคัญ คือ

8.2 ต้องแยกแยะภาวะพร่องว่า เป็นไตหยางพร่อง หรือไตยินพร่อง เพราะถ้าการบำรุงโดยขาดความรู้ ความเข้าใจ และการบำรุงแบบผิดๆ จะเป็นโทษต่อร่างกายมากกว่าเป็นคุณ

9 การรักษาด้วยยาที่ผิดกับสภาพร่างกาย

  • การรักษาผู้ป่วยด้วยยาสมุนไพร ถ้าใช้ยาไม่ถูก นอกจากโรคจะไม่หายแล้ว ยังทำให้สมดุลเลือดพลังยินหยางของร่างกายเสียหายด้วย
  •  ยาสมุนไพรจีนบางขนาน เช่น ฝางจี่(防己),มู่ทง (木通),  เทียนฮว่าเฝิ่น(天花粉), จูซา(朱砂) หรือยาแผนปัจจุบัน บางตัว ถ้าใช้ผิดหรือใช้ระยะเวลานานจะมีผลต่อไต


10 การกระทบกระเทือน หรืออุบัติเหตุจากภายนอกที่มีผลกระทบต่อการไหลเวียนของเส้นลมปราณต่างๆ จะส่งผลต่ออวัยวะภายใน

  • การกระทบกระเทือนบริเวณเอว จะมีผลกระทบกับการไหลเวียนเลือดพลังที่มีต่อไตโดยตรงได้
  • อย่าให้บริเวณส่วนเอวกระทบความเย็น ความชื้นนานๆ  เช่นการสวมใส่เสื้อผ้าที่บางหรือเปียกชื้น  กรานอนบนพื้นปูน

 

แพทย์แผนจีน: การดูแลสุขภาพต้องบำรุงรักษาไต

ตอนที่ ๕

(养生必养肾) 5

 

คนประเภทไหนที่มีโอกาสเกิดภาวะไตพร่อง

  • พิจารณาจากอายุ และพื้นฐานทางสรีระของธรรมชาติ ช่วงอายุที่เริ่มไตเสื่อมในผู้ชาย คือ 40 ปี ในผู้หญิงคือ 35 ปี แต่ด้วยปัจจัยต่างๆ และวิถีชีวิตของแต่ละปัจเจก ทำให้ความเสื่อมของไต อาจจะพบเร็วขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีพฤติกรรมดังต่อไปนี้

1 คนที่อดนอน หรือนอนดึกเป็นประจำ

  • การนอนดึกเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น นักเรียน นักศึกษาที่ชอบใช้เวลากลางคืนเล่นอินเตอร์เน็ต อ่านหนังสือ ทำงานอยู่เวรกะดึก ดูฟุตบอล การสังสรรค์เที่ยวกลางคืน ดูหนังภาพยนตร์ ซีรี่ย์ ฯลฯ
  • การไม่นอนกลางคืน หรือนอนดึกประจำ จะทำให้ขอบตาดำคล้ำ ไม่มีชีวิตชีวา จะทำให้สูญเสียสารยิน (ยินจิง) จะทำให้ไตพร่อง กระทบติดต่อกันเป็นลูกโซ่


2 คนที่ตรากตรำทำงานอ่อนล้ามากเกินไปเป็นเวลานาน ทั้งร่างกายและจิตใจ

การสูญเสียพลังมากเกินไป ทำให้สูญเสียพลังสำรองของไต ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ


3 คนที่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้าเป็นประจำ

  • สูบบุหรี่ทำลายปอด  “ปอดมีหน้าที่กำกับพลังเป็นหลัก”肺主气และ “ ไตคือรากฐานของพลัง” 肾纳气
  • ปอด ทำหน้าที่หายใจ ไตทำหน้าที่ดึงให้อากาศที่หายใจลงสู่ด้านล่าง ทำให้หายใจได้ลึก
  • ปอดและไต มีส่วนเกี่ยวหนุนเสริมซึ่งกันละกัน  
  • สารน้ำที่หล่อเลี้ยงปอดกับไต เป็นแหล่งเดียวกัน ดังนั้น ถ้ายินของปอดพร่อง ก็จะทำให้ยินของไตพร่อง การสูบบุหรี่ทำให้ยินของปอดน้อย จึงมีผลกต่อยินของไตด้วย
  • สุราหรือเหล้า ทำลายตับ  
  • ตับและไต มีแหล่งกำเนิดเดียวกัน ตับเก็บเลือด ไตเก็บจิง ถ้าจิงของไตสมบูรณ์ จะทำให้สามารถสร้างเลือดได้ดี   ในขณะเดียวกันจิงของไต ก็อาศัยเลือดของตับมาหล่อเลี้ยง เมื่อตับเสียหาย จิงของไตก็เสียหายด้วย



4 คนที่นั่งนานเกินไป ไม่ค่อยเคลื่อนไหว

  • ขณะที่นั่ง ช่องท้องจะมีแรงดันภายในที่สูงขึ้น การไหลเวียนของเลือดจากส่วนกลางเข้าสู่ช่องท้องเป็นไปด้วยความลำบาก
  • ในขณะเดียวกัน การไหลเวียนของเส้นลมปราณ กระเพาะปัสสาวะ(ไหลเวียนตลอดแนวสันหลัง) ก็ถูกปิดกั้นจากท่านั่ง ทำให้เมื่อยเอวง่าย ปวดเกร็งหลังและต้นคอ เนื่องจากไตกับกระเพาะปัสสาวะมีความเกี่ยวข้องกันโดยตรง (เส้นลมปราณเชื่อมสัมพันธ์กัน)

5 คนที่หมกมุ่นทางเพศมากเกินไป

  • การมีกิจกรรมทางเพศสัมพันธ์ที่มากเกินไป เป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งของภาวะไตพร่อง
  • การมีเพศสัมพันธ์ที่มากอย่างไม่มีการควบคุม จะทำลายพลังของไต ในผู้ชายจะทำให้เกิดภาวะน้ำกามเคลื่อน หรือเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
  •  ในผู้หญิงจะทำให้ประจำเดือนผิดปกติ ตกขาวมากผิดปกติ หรือมีภาวะแท้งลูกง่าย บางรายมีภาวะมีบุตรยาก
  • วัยหนุ่มสาวที่เพิ่งแต่งงาน ร่างกายยังแข็งแรง มีการพักผ่อนเพียงพอ ช่วงฮันนีมูน อาจมีการสูญเสียสารจิงได้ทุกวัน วันละครั้ง



- วัย ๒๒-๒๕ ไม่ควรมากกว่า ๓ ครั้งต่อสัปดาห์

- เข้า ๓๒-๓๕ วัยกลางคน ไม่ควรมากกว่า ๒ ครั้งต่อสัปดาห์

- วัย ๔๐-๕๐ ปี ประมาณสัปดาห์ละครั้ง

- วัย ๕๐-๖๐ ปี ประมาณเดือนละครั้ง

  • ข้อสังเกตง่ายๆ ว่ามีการสูญเสียพลังไตมากไปหรือไม่ คือ ภายหลังมีเพศสัมพันธ์แล้ว วันรุ่งขึ้นจะรู้สึกร่างกายอ่อนเพลีย สมองไม่ปลอดโปร่ง ปวดเมื่อยเอว ประสิทธิภาพการทำงานลดลง แสดงว่าต้องลดการมีเพศสัมพันธ์ให้น้อยลง